หลี่หมิง เขาเป็นแมวขวัญอ่อน
มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ในบริเวณบ้านของเฮีย
เป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามบ้านทั่วไป ไม่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่มีโทษกับใคร
บางคืนแสงจันทร์ทำมุมกระทบกับกิ่งของมัน สาดส่องเงาเข้ามาในห้องนอน
บางครั้งก็พาดไปบนที่นอนของหลี่หมิง เป็นอยู่อย่างนั้นมานาน
ซึ่งเฮียก็ไม่เดือดร้อน หลี่หมิงก็ไม่เห็นว่าอะไร
วันหนึ่ง ไม่นานมานี้
เกิดเหตุอาเพศ ลมกรรโชก รุนแรง พัดกลางดึก กิ่งไม้หัก
ลอยมากระทบหน้าต่างเสียงดังปังปึง หลี่หมิงสะดุ้งตกใจ หูตั้ง ตาโต
ทำหน้าเลิ่กลั่ก กระโดดออกจากที่นอนมุดเข้ามาซุกใต้ผ้าห่มกับเฮีย
คืนนั้นเขาไม่ยอมนอน จน ลม สงบตอนใกล้สว่าง
หลังจากวันนั้น พอถึงเวลานอน เขาจะค่อย ค่อย ย่องเข้าไปในห้องอย่างระแวง
หันซ้าย - ขวา ก่อนคลานขึ้นที่นอน พอล้มตัวลงเขาก็จ้องไปที่หน้าต่างพักใหญ่
กว่าจะขดตัวในท่าของเขา แต่พอมีเสียงอะไรเล็ดลอดเข้ามานิดหน่อย เขาก็จะสะดุ้งเงยหน้ามองหาเฮีย
บางครั้งเห็นเงากิ่งไม้ไหว เขาก็ตกใจ
ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ อาการของหลี่หมิงยังเหมือนเดิม เฮียคิดว่าเขาคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ถ้ากิ่งไม้นั้นยังเคลื่อนไหวเมื่อต้องลม และ แสงจันทร์ยังสาดส่องเป็นเงา ให้เขาเห็น
เฮียตัดสินใจโทรฯไปหาบริษัทที่ให้คำปรึกษาปัญหาแมวทางโทรศัพท์
ตอนแรก กด ผิด ดันไปติดเบอร์ ” ถ้าคุณเหงา เราคือเพื่อน ” มีผู้หญิงรับสาย
พูดเสียงแผ่ว แผ่ว ผสม ซี๊ด ซ๊าด เฮียตกใจทำอะไรไม่ถูก เลยคุยไปเกือบสองชั่วโมง
กว่าจะรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแมว ก็เล่นเอาเฮียคอแห้ง น้ำลายเหนียว
ต่อมา เมื่อเฮียได้คุยกับหมอแมว (( ทราบชื่อในภายหลังว่า ดร.สีสวาด คล่องนอนขด ))
จึงได้รู้ว่า หลี่หมิง กำลังตกอยู่ในอาการ วิตกจริต หวาดกลัวสิ่งเคลื่อนไหว
สาเหตุเกิดจากความตกใจสุดขีด
” แมว เป็นสัตว์ขวัญอ่อน ” เธอว่างั้น
” ถ้าคุณเลี้ยงหมีควาย คุณจะไม่พบปัญหานี้ เพราะหมีเป็นสัตว์ที่จิตใจหนักแน่น ”
เฮียฟังแล้วก็รู้สึกอยาก ถีบ หมอ พอสมควร
” หมอเคยเห็นหมี ไม๊ครับ ?? ” เฮียถามซื่อ ซื่อ
” เอ้อ… ก็ ถ้าไปแค็มพ์ปิ้งหลายวัน ก็ เห็นหมี บ้างค่ะ ” เธออ้ำอึ้ง
” ผมเข้าใจครับหมอ เวลาผมไปแค็มพ์ ผมก็ไม่ค่อยอาบน้ำเหมือนกัน ” เฮียพูดเอาใจ
ให้เธอรู้สึกเป็นกันเอง
..
..
การ ” ปรึกษา ” คือ ความพยายาม หา คนสนับสนุนความคิดของตนเอง
ก่อนที่จะลงมือทำอะไรซักอย่าง
โดยเฉพาะ ความคิดที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ เช่น การปฏิรูปการปกครอง เป็นต้น
เพราะถ้าหากว่ามันล้มเหลว เราก็จะมีข้อแก้ตัว ว่า ” มีคนแนะนำให้ทำ ”
หมอแนะนำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง
ประเด็นหลัก คือ ต้องใช้เวลาซักระยะหนึ่งเพื่อให้ หลี่หมิง ลืมเรื่องเก่า เก่า
อย่าทำเสียงดังให้เขาตกใจ และ อย่าเปิดเพลง ของ นักร้องที่ชนะการประกวด เดอะสตาร์ ให้เขาฟัง
เพราะอาจจะทำให้เขาคลื่นไส้ อาเจียน
บางเรื่องที่หมอแนะนำเฮียก็เห็นด้วย บางเรื่องเฮียก็รู้สึกเฉย เฉย
ที่เฮียต้องการในตอนนี้ คือ ทำอะไรก็ได้ ให้หลี่หมิงนอนหลับได้อย่างมีความสุข
เหมือนเมื่อก่อน
วิธีแก้ไขตามหลักสูตรของสัตว์แพทย์ ดูเหมือนจะไม่ค่อยทันใจเฮีย
ต้นไม้ที่อยู่นอกบ้านตาม ถนน หนทางนั้น เป็นสมบัติของเทศบาล
หาก มัน เติบโตจนรบกวน หรือ ทำท่าว่าจะหัก - โค่น หล่นทับ เป็นอันตรายต่อผู้คน
ก็สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำการตัดทอนได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณเขตแดนบ้านใคร ต้องดูแลกันเอาเอง
เมื่อตกลงราคาจนเป็นที่พอใจ เฮียก็บอกกับบริษัทรับจ้างตัดต้นไม้ ว่า
ให้รีบจัดการโดยด่วน
หลังจากพนักงานสามคนใช้เวลากว่าครึ่งวัน หั่น ซะ เตียน จนเหลือแต่ตอ
เขาก็ยื่นใบเสร็จใบสุดท้ายให้เฮีย ตัวเลขในนั้นระบุว่า $2,500 ถ้วน
เฮียถอนใจหนึ่งเฮือก ก่อนที่จะเซ็นต์ชื่อลงไป
” ไอ๊ต้นนี้มันคงรบกวนคุณมากเลยใช่ไม๊ครับ ” เขาถามลอย ลอย
” เปล่า มันรบกวน แมว ของผม ” เฮียตอบ แล้วส่งแผ่นกระดาษคืนให้เขา
..
..
คืนนั้น ข้างนอกไม่มีอะไรเคลื่อนไหว ไม่มีเงาไม้พาดผ่านเข้ามาในห้อง
หลี่หมิง มองไปที่หน้าต่าง ชะเง้อ ชะแง้ เหมือนหาอะไรซักอย่าง แต่ไม่ระแวง
เหมือนคืนก่อน ก่อน
เขาเดินขึ้นเบาะนอน ล้มตัวลง เลียท้อง เลียขา ทำความสะอาดตัวเอง
ก่อนจะหันมาสบตาเฮียแล้วซุกตัวลงนอน อย่างสบายใจ
เฮียเห็นกิริยา อาการ ของเขา เพียงเท่านั้นก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
แต่พอ เหลือบ ไปเห็นบิลค่าตัดต้นไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ
เฮียก็รู้สึกจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ เล็กน้อย โดยไม่ทราบสาเหตุ
พรุ่งนี้ หลี่หมิง จะตกใจอะไรอีกหนอ…
..
..
สวัสดี
