วิรุฬฯ พบประชาชน // นิยายรัก ขาดตอน

หมวด: วิรุฬพบปะประชาขน, เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 2:58 pm

- ห้า วีระสตรีไทย ในหัวใจของเฮีย
1 Lillycu
2 เลขาว่างงาน
3 แอน หมวยยั่วสวาท
4 Lady (( ต้มมัด ))
5 BrOoKe
ทั้งหมด คือผู้ที่มีส่วนทำให้เฮียยืนหยัดเป็น วิรุฬฯ มาได้ถึงทุกวันนี้

ความสำเร็จของผู้ชาย มักมีผู้หญิงอยู่เบื้องหลัง
สำหรับเฮีย ผู้หญิงอยู่ข้างหลังเยอะชิพ-หาย
ไว้มีโอกาส เฮียจะเล่าให้เธอฟัง

- ไม่ ไม่ !! มันไม่ใช่เฮีย !!
มีคนใช้ชื่อ ” วิรุฬจำบัง ” เล่นกระทู้การเมืองอยู่ที่ ห้องราชดำเนิน พันทิพ
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะใครก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ชื่ออะไรก็ได้
และ มันก็ไม่ได้ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น หรือ ทำให้ชีวิตของเฮีย ตกต่ำ ไปกว่านี้
แต่เมื่อเห็นการใช้ภาษา + แนวทาง การตอบกระทู้ของเขาแล้ว เฮียรู้สึกไม่ยินดีที่มีคนเข้าใจ
ว่า >> เขาคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับเฮีย

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังไม่เกิดความเสียหายอะไร กับใคร เพียงแต่เฮียอยากขอบอกกับทุกคนไว้ก่อน ว่า
เฮียไม่เคยใช้ชื่อ ” วิรุฬฯ ” ตั้ง-ตอบ กระทู้ที่ไหน นอกจากที่สองหาว กับ บล็อก ของเฮีย
ส่วนที่เฮียเล่นตามเวบลามก ก็ ใช้ชื่ออื่น

ดังนั้น ถ้าเห็นชื่อ ” วิรุฬ ”
ไม่ว่าจะ วิรุฬจำบัง , วิรุฬหัวทู่ , วิรุฬเจี๊ยวแหลม ฯลฯ ที่ไหน ขอให้มั่นใจว่าไม่ใช่เฮีย
นี่กำลังจะบอกให้ สองหาว ขึ้นป้ายใหญ่ ใหญ่ ที่หน้าเวบ ว่า
” วิรุฬฯ ของแท้ มีที่นี่ที่เดียว ”
” ตัวแทนจำหน่าย วิรุฬฯ อย่างเป็นทางการ ”
” รับอัดกรอบ วิรุฬฯ ”
” อย่าให้อาหาร วิรุฬฯ ”
อะไรแบบนี้ เฮียจะได้สบายใจ

- แพนเค้ก feedback
เฮียรู้ตัวอยู่ ว่า มีแฟนประจำติดตามเหนียวแน่น เป็นจำนวนหนึ่ง
แต่ไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะจริงจังในเรื่องที่เฮียเขียน มากนัก

เมื่อคราวที่เฮียเขียนเรื่องการชุมนุมขับไล่ทักษิณ
เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ตำหนิ เฮีย พอสมควรจนรู้สึกได้
มีคนเมล์มาหาเฮียเพื่อแสดงความไม่พอใจ เป็นจำนวนที่เฮียคาดไม่ถึง
” คนในเนท สัมผัสไม่ได้ แต่มันด่าจริง ” เฮียว่าคำสอนนี้ น่าเชื่อถือกว่าคำพูดของ ประธาน คมช.

หลังจากเรื่อง ” ยอยศ แพนเค้ก ” ของเฮีย ออกอากาศได้ไม่นาน
มีเสียงสะท้อนกลับมาถึงเฮียประปราย แต่ทุกเสียงล้วนแต่แสดงความพึงพอใจ
บ่งบอกได้ถึงความนิยมในตัว ” ดาวดวงน้อยของเฮีย ” ดวงนี้
- เคยคิดแต่ว่าเฮียทะลึ่ง ลามก พออ่านที่เฮียเขียนถึงน้องแพนเค้กแล้วรู้สึกอบอุ่น บอกไม่ถูก
บางมุมเฮียก็น่ารักนุ่มนวลเหมือนกันเนอะ…
- ชอบที่เฮียเขียนถึงน้องแพนเค้กมากครับ(ผมชอบก่อนเฮีย เฮียอย่าแย่งผมนา)
อยากให้เฮียเขียนเยอะๆอ่ะครับ ปล.เฮียไม่ชอบพิ้งกี้เหรอครับ…
- เฮียรู้จักน้องแพนเค้กด้วย แสดงว่าว่ายังไม่แก่นะเนี่ย
ชอบมั่กมั่กค่ะ อิจฉาอยากเป็นแพนเค้ก อิ อิ…

เฮียอยู่ไกล ไม่รู้จักดารา นักร้อง มากนัก
เปิดCNNเห็นแต่หน้า จอร์จ บุช เปิดMTVก็เห็นแต่มิวสิคVDO แร็พ อุบาทว์
ที่เมืองไทยใครดังมาก ดังน้อย ไม่ค่อยรับรู้
แต่ตอนนี้เฮียพอจะดูออก ว่า เรทติ้งของน้องแพนเค้กดีกว่า พลเอกสพรั่ง หลายเท่า

- เรื่องเสียว ของ สองหาว
สองหาวเล่าประสพการณ์การผ่าตัดของเขา ใน my word #
เฮียอ่านแล้วรู้สึกเหมือนดูหนังเรื่อง ฮานนิบาล กับ เท่ง โหน่งฯ ผสม ดิสคัพเวอร์รี่ แชนนอล
หลากรสเร้าใจ ทั้งสนุก และ มีสาระ แต่ละช็อตถ่ายทอดได้อารมณ์
ฉาก หมอเอาท่อสวนตูดเขา ทำเอาเฮียวาบหวิว หน้าแดงไม่รู้ตัว
แต่ฉาก ถุงก๋วยเตี๋ยวแตก ก็เล่นเอาเฮียถึงกับต้องยกสองมือขึ้นปิดตา
ด้วยความหวาดผวา

นอกเหนือจากการรักษาพยาบาลแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่
สำคัญไม่แพ้กัน คือ การผ่าตัดทำหมันของเขา (( แถวบ้านเฮียเรียก ตัดหำ ))

สิ่งหนึ่งที่ผู้ชายกลัวมากในการทำหมัน คือ ” ผลข้างเคียง ”
ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่พวกเรารับรู้ มักจะเป็นอาการ เสื่อม สมรรถนะทางเพศ
อันน่าจะเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ (( ตัดผิดเส้น // เฮียเดาเอา ))
บางคนก็ว่า ไม่ขัน คอตก หัวชี้ลงดินตลอด
บางคนก็ว่า ไม่ค่อยมีอารมณ์ ไม่อยากกอดเมีย วัน วัน อยากเล่นแต่เปตอง << ไอ๊บ้า !!
จริง-เท็จ ประการใด เฮียก็ไม่กล้ายืนยัน เพราะไม่เคยทำหมันกะเค้า
เคยเห็นแต่หลี่หมิง กระโดดคร่อม ขย่ม สันโซฟาเวลาเกิดอารมณ์

ไม่ว่าคนหรือแมวถ้ารู้สึกอึดอัด มัก ออกอาการแปลก แปลก

หลังจากสองหาว กลับมาพักฟื้นที่บ้าน
เฮียเมล์ไปถามอาการ เพราะเป็นห่วง กลัวเขาจะเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟเล่น
เขาตอบมาว่า สบายดี แข็งแรง คึกคัก ปกติ
” ผมว่าดีกว่าเก่าอีกนะเฮีย ” เขาอวดสรรพคุณ
” แล้วแม่กิ๊ก ว่าไง ” เฮีย ชอบสอดรู้เรื่องผัวเมีย เป็นทุนเดิม
” เห็นยิ้ม ยิ้ม แล้วบอก รู้งี้ให้ทำตั้งนานแล้ว ” แน๊ !!
สองหาวเขาเปิดเผยกับเฮีย ทุกเรื่องจริง จริง

- ฟังกันก่อนนอน นิยายรักขาดตอน
” ปานประดับ ” เป็นผู้หญิงสวย รวยทั้งทรัพย์ และ สติปัญญา
มีผู้ชายมากหน้าหลายตา เสนอตัวแข่งขันเป็นคู่ครอง ของเธอ
เธอมีตัวเลือกหลายหลาก จนมองข้าม ” ปองพล ” ผู้ชายที่รักเธอหมดหัวใจ
ไปอย่างไม่แยแส

” วันที่คุณไม่มีใคร ผมจะอยู่ข้างคุณตลอดไป ” เขาพร่ำบอกเธอหลายต่อหลายครั้ง
แต่เธอฟังแล้วเห็นเป็นเรื่องขบขัน น้ำเน่า ไร้สาระ

วันหนึ่ง
ปานประดับประสบอุบัติเหตุ ถูกรถยนต์เฉี่ยวชนที่หน้าประตูรั้วบ้าน
เธอรักษาตัวไม่นานก็หาย แต่กลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้
ความมีเสน่ห์ ท่วงท่าสง่างามของเธอ มลาย หายไป พร้อมกับชายหนุ่มที่เคยรุมล้อม
มีเพียง ปองพล ที่ยังอยู่คอยเฝ้าห่วงใยดูแลเธอ
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนเดียว ที่ รู้สึกดีใจกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น
มันเป็นโอกาสที่เขาจะได้แสดงความรัก ภักดิ์ดี ที่เขามีต่อเธอ
เป็นโอกาสที่เขาจะเอาชนะใจของปานประดับ โดยปราศจากคู่แข่ง
และเขา ก็ทำสำเร็จ

วัน-เวลา เปลี่ยนใจปานประดับให้รักปองพล
แต่ วัน-เวลา ตัวเดียวกัน ก็เปลี่ยนใจปองพลให้ตีตัวออกห่าง

ความรัก บางครั้งมันก็เหมือน ยา กล่อมประสาท ส่งผลให้คนคิดทำอะไรที่เป็นไปได้ยาก
เมื่อ ยา หมดฤทธิ์ ปองพลก็เริ่มมองเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสนุกที่ชายหนุ่มอย่างเขาจะทุ่มเททั้งเวลา
กำลัง และ ทรัพย์สิน เพื่อหญิงพิการคนหนึ่ง ไปตลอดชีวิต
ความคิดที่จะรักปานประดับจนวันตาย กลายเป็นความรำคาญ

วันที่เขาจากไป ปานประดับปวดร้าวที่สุดในชีวิต
และเธอยิ่งเจ็บช้ำหัวใจอย่างแสนสาหัส เมื่อได้รู้ว่า คนที่ขับรถชนเธออย่างตั้งใจ ในวันนั้น

คือ ” ปองพล ”

..
..

สวัสดี

เรื่องเสียว ของสองหาว ” นอนพุงป่อง ใน ห้องผ่าตัด “

หมวด: จากแขกรับเชิญ โดย เฮีย เมื่อ 8:31 pm

โดยแขกรับเชิญ >> สองหาว (( แขกจริง จริง เฮียไม่ได้พูดเล่น ))

..
..

อยู่ ๆ ก็นึกอยากจะตรวจร่างกาย เนื่องจากเวลาเดินทางไปต่างประเทศแบบลุย ๆ นาน ๆ แล้วชอบปวดตรงแถว ๆ ไส้ติ่ง
แต่เคยปรึกษาหมอแล้วเขาบอกว่าไม่เป็นไร เวลาอากาศหนาว ๆ บางครั้งเวลาไอแล้วอาจเจ็บ ๆ ได้ เป็นเรื่องปกติ
แล้วก็อธิบายอะไรไม่รู้เยอะแยะไม่เข้าใจ แต่หลัง ๆ ปวดบ่อย ๆ ไปตรวจให้ละเอียดหน่อยน่าจะดีกว่า
ถ้ามันเป็นเรื่องปกติพวกแอสกิโมคงจะปวดท้องกันเป็นที่สนุกสนานเวลาหนาว ๆ

ส่งสมหมี่เสร็จก็เลี้ยวรถเข้าถนนลาดพร้าว ตรงดิ่งไปโรงพยาบาลเวชธานี แบบไม่มีเหตุจูงใจ เลือกเอาใกล้ ๆ บ้าน เป็นหลัก

โรงพยาบาลนี้ใหญ่โตหรูหราเหมือนโรงแรมมากกว่าโรงพยาบาล ท่าทางจะแพง แต่ตรวจนิด ๆ หน่อยคงไม่เท่าไรเนอะ ผมพูดเองเออเอง

“เอง” “เออเอง” ผมพูด

ลงทะเบียนเสร็จเจ้าหน้าที่ “จั่นเจา” “หม่าฮั่น” เอ๊ะไม่ใช่สิ นี่ไม่ใช่ศาลไคฟง คงไม่มีใครส่งผมไปประหาร
เจ้าหน้าที่สาวสวยน้อยกว่าแม่กิ๊กมากให้ผมขึ้นไปตรวจที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นคลีนิคสำหรับโรคในท้อง ไปถึงผมก็ยื่นเอกสารให้กับพยาบาลตรงเคาทเตอร์
พยาบาลรับไว้มองหน้านิดหน่อย ถ้าเป็นเด็กช่างกลคงจะมีตีต่อยกันบ้าง

“เชิญวัดความดัน และตรวจชีพจรด้านนี้ค่ะ”

“หน้าตาผมเหมือนคนตายเหรอ ทำไมต้องตรวจชีพจร ถ้าไม่มีคงยืนทำหน้างงตรงนี้ไม่ได้มั้ง” ผมถาม

“ตอนนี้มีค่ะ แต่ถ้ากวนอย่างนี้ อีกไม่กี่นาทีจะไม่” พยาบาลโรงพยาบาลนี้ตอบโต้ได้เด็ดขาด เหมือนลูกวินเนอร์ของ ซาราโปว่า

ทุกอย่างปกติทั้งความดันและชีพจร ก็แน่หละ ผมปวดท้องนี่หว่า ไม่ได้เป็นโรคอย่างอื่น มันก็ปกติสิ

“เอง” “เออเอง” ผมพูดเอง เออเองอีกครั้ง

ตรวจเสร็จพยาบาลก็ให้ผมนั่งรอเรียกตรวจบริเวณส่วนรับรองอันหรูหรา เหมือนมานั่งรอเปิดเมมเบอร์เลาจ์นมากกว่ามาหาหมอ
แถว ๆ ที่นั่งรอมีหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพเต็มไปหมด อ่านเล่มไหนเจอแต่เรื่องโรคนั้นโรคนี้ ทั้งเบาหวาน ไขมันอุดตัน ไข้หวัดนก ความดัน ฯลฯ
สุดแต่จะสรรหามาหละครับ ยิ่งโรคเยอะเท่าไหร่หนังสือพวกนี้ก็ได้รับผลพลอยได้เรื่องยอดขายไปด้วย
ผมเห็นแล้วก็ไม่อยากเปิดดูเพราะยิ่งอ่านยิ่งกังวล รอหมอบอกดีกว่าว่าอยากให้ผมเป็นโรคอะไร

“หมอก็ไม่รู้เหมือนกัน” หมอบอกผม

“อ้าว ไหงพูดงั้นหละหมอ แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าทำไมถึงปวดท้อง รู้งี้ผมหาหมอดูดีกว่ามั้ง เห็นเดี๋ยวนี้ทายแม่นกันจัง
อันไหนถูกก็ลงข่าวซะใหญ่โตว่าฟันโดน อันไหนเดาไม่ถูกพอไปถามก็อ้างโน่นนี่เอาตัวรอดไป”

“เอางี้ ขอตรวจให้ละเอียดกว่านี้ ผมจะให้คุณเข้าเครื่อง CT Scan”

“ยี่ห้ออะไร ผมขอแบบความละเอียดสูง ๆ scan ได้ทั้งฟิล์ม 135 120 สไลด์ และก็ขาวดำเลยนะ”

“ไม่ใช่เครื่องสแกนฟิล์ม แต่มันเป็นเครื่อง x-ray อย่างหนึ่งเอาไว้ตรวจร่างกาย พรุ่งนี้คุณงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน แล้วมาตรวจนะ”

วันแรกเสียเงินไปสองพันกว่าบาท เพราะมีตรวจเลือดด้วย ซึ่งทุกอย่างก็เป็นปกติดี ตรวจให้รู้สึกเสียดายเงินซะงั้น

วันที่สอง

ผมส่งบะหมี่เสร็จก็ไปตามหมอนัด 8.30 น.ผมไปรอเจ้าหน้าที่ที่ห้องรังสี เจ้าหน้าที่ผสมน้ำสีแดงเหมือนน้ำหวานมาตั้งให้ดื่ม 1 เหยือก โดยเทใส่แก้วมีหลอดดูดไว้ด้วย

“ดื่มให้หมดแก้วเลยนะครับ ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ค่อย ๆ ดื่ม” เจ้าหน้าที่ผู้ชายท่าทางใจดีพูดกับผม

ผมยิ้มรับด้วยไมตรี แล้วค่อย ๆ ดูดไปดูหนังสือพิมพ์ไป เวลาผ่านไป 10 นาที ผมดูดไปเกือบหมดแก้ว
แค่นี้จิ๊บ ๆ สบายมากให้ดูดรวดเดียวหมดเลยยังได้แต่กลัวถูกนินทาว่าไม่มีมารยาทเลยค่อย ๆ จิบ

“อ้าว คุณค่ะ ทำไมไม่ดูดให้หมดหละคะ” เจ้าหน้าที่ผู้หญิงโผล่มาจากทางข้างหลัง พูดเสียดังตกใจหมดเลย

ผมคว้าแก้วรีบยกขึ้นมาดูดรวดเดียวหมด แล้วทำหน้าแบบว่าเป็นไงหละ…เจ๋งมั๊ย

“ต้องดื่มให้หมดเหยือกเลยนะคะ ถึงจะเข้าตรวจได้”

เจี๊ยก!!! ให้กินไอ้น้ำสี ๆ หมดเหยือกเนี่ยนะ กินเข้าไปหมดไม่ท้องแตกตายเหรอ ตั้งลิตรกว่า ๆ ถึงจะมีรสหวาน ๆ แต่ว่า
มันก็เป็นยากินแล้วผอืดผอมแทบบ้าเหมือนกัน
ผมรีบหันหน้าไปมองเจ้าหน้าที่ผู้ชาย เหมือนจะรู้เขารีบหลบสายตาแว๊บทันที ทำไมไม่บอกกูแต่แรกเนี่ย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผมกินจนหมด เหยือก แถมยกเหยือกเทหยดที่ค้าง ๆ เข้าปากแบบประชดด้วย … ฮึ่ม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาผมไปเปลี่ยนเสื้อคลุมแบบที่คนไข้เขาใส่กัน ถอดทุกอย่างออกหมด โหวงเหวง โตงเตงพิกล…
ผู้หญิงจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้เหมือนผู้ชาย

นั่งรอยาไหลลงท้องสักพักก็มีเจ้าหน้าที่มาพาเข้าห้องที่มีไอ้เครื่อง CT ตั้งอยู่ ผมว่าหลาย ๆ คนคงเคยผ่านตากันมาบ้างหละนะ
ที่มันเป็นเหมือนอุโมงค์ แล้วมีเตียงให้เรานอนจากนั้นมันก็จะเลื่อนเข้าเลื่อนออกเพื่อตรวจเรานั่นแหละ
พวกแผ่นพับที่แจกของโรงพยาบาลจะต้องมีโชว์ไอ้เครื่องนี้อยู่
ถ้ามีแล้วคงเป็นเกียรติเป็นศรีกับโรงพยาบาลนั้น เหมือนพวกเอารถไปใส่สปอยเลอร์หลังอันใหญ่ ๆ แล้วต้องโชว์พาวหน่อย
เจ้าหน้าที่ผู้ชายให้ผมไปเข้าห้องน้ำเพื่อฉี่ให้เรียบร้อย แล้วก็ให้กินน้ำสีแดงอีก 1 แก้ว

“เดี๋ยวจะมีสวนน้ำเข้าทางก้นด้วยนะครับ” เขาบอกหน้าตาเฉย แต่ผมหน้าตาไม่เฉย

นี่มันจะเอาทุกทางเลยเหรอ ทั้งกินทั้งสวน เห็นผมเป็นปลิงทะเลหรือไงเนี่ย

“น้องแค่นี้พี่ก็จะอ๊วกแตกแล้วนะ ยังมีอะไรใส่เข้าไปอีกเหรอ”

“ครับ ไม่มากหรอกครับแค่ปริมาณหนึ่ง แล้วพอสแกนรอบแรกเสร็จก็จะมียาฉีดเข้าเส้นตามไปครับ”

เอาหละ จะทำอะไรก็รีบทำเถอะ กูยอมละ จะได้หมดเวรหมดกรรมกันเสียที ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลย

จื่ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงน้ำฉีดสวนเข้าทางก้น

“อั้นไว้นะพี่นะอดทนหน่อย” เอ็งพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่าย แต่กูกำลังจะตายแล้วรู้ไหม ทั้งกินทั้งสวน และยังต้องมาอั้นด้วย มึงจะบ้าเหรอ

นาทีนั้นมันทรมาณอย่างบอกไม่ถูกครับ ผมอั้นแบบสุดชีวิต แต่มันก็สุดจะทานทน เพราะว่ามันยัดเข้าไปซะเยอะ
ผมกะว่าถ้าไม่ไหวก็จะทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ที่บ้านแล้วหละ ที่เหลือก็ไปเช็ดถูกันเอาเองก็แล้วกัน

เจ้าหน้าที่ให้ผมนอนหงาย มีหมอนมารองตรงขา และก็ตรงหัว จากนั้นก็จับผมมัดไว้กับเตียง

“ทำใจสบาย ๆ นะครับพี่ ครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว”

มึงทำกับกูขนาดนี้ ยังจะให้กูทำใจสบาย ๆ ได้อีกเหรอ ไม่ต้องถึงครึ่งชั่วโมงหรอก 5 นาที ทุกสิ่งทุกอย่างก็น่าจะพรั่งพรูออกมาแล้ว

“เดี๋ยวพี่ทำตามที่เครื่องบอกนะครับ” พูดจบเขาก็เดินจากไปอย่างไม่มีเยื่อใย ปล่อยผมนอนต่อสู้กับตัวเองอยู่อย่างนั้นแต่เพียงลำพัง

สักพักเครื่องก็เริ่มทำงาน

“หายใจเข้า…” เสียงเหมือนหุ่นยนต์สั่งการมาจากเครื่อง

“หายใจออกแล้วกลั้นไว้ตามเวลาที่กำหนด” พร้อมกับแสดงตัวเลข 10 วินาทีแล้วนับถอยหลังตรงหน้าผม ส่วนไอ้เตียงก็เลื่อนเข้าเลื่อนออกอยู่อย่างนั้น

นี่มึงจะให้กูตายตรงนี้เลยเหรอ แค่กินน้ำ สวนน้ำยังไม่พอ จะให้กลั้นหายใจอีก นักโทษประหารเขายังให้ตายในดอกเดียว แบบนี้มัน มัน ……

ยิ่งทำเหมือนยิ่งได้ใจ จาก 10 วินาที ตอนนี้มันให้ผมกลั้นเป็น 30 วินาที แล้วต้องทำอีกตั้งหลายครั้ง

“เป็นไงบ้างครับ” เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด เจ้าหน้าที่ผู้ชายมายืนข้าง ๆ ทำให้รู้สึกโล่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“เดี๋ยวเราจะฉีดน้ำยา คอนทราสเข้าเส้นนะครับ”

“ห๊า นี่ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

ครั้บเราต้องฉีดน้ำยาเข้าไปเพื่อให้เห็นชัด ๆ ครับ

“แล้วต้องทำอีกนานไหมเนี่ย”

“ฉีดแล้วก็ทำเหมือนเดิมเหมือนเมื่อสักครู่นั่นแหละครับ”

“แต่ไอ้เมื่อสักครู่นั่นมันไม่สักครู่นะ มันโคตรนานเลย” นี่ถ้าไม่มีลูกเล็ก ๆ ผมให้เอาปืนมายิงแล้วนะ

ยังไม่หมดครับ ไอ้เข็มฉีดยาที่เขาเอามานั้น มันเป็นเครื่องฉีดที่มีกระบอกฉีดยาควายมากกว่าฉีดยาคนติดอยู่
ถ้าเอาไปสูบยางรถจักรยานก็น่าจะเติมลมจนเต็มหละ ส่วนเข็มนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะต้องดันน้ัายาเข้าเส้น
เข็มก็เลยต้องใหญ่กว่าปกติมาก พยาบาลสาวสวยเดินเข้ามาแล้วพูดเพียงเล็กน้อยว่า

“เจ็บหน่อยนะคะ”

ฉากต่อไปเธอก็ให้ผมชูมือชึ้นเหนือศรีษะ แล้วดันเข็มเข้าเส้นบริเวณหลังมือ แปะเทปกาวเรียบร้อย แล้วเดินจากไป

แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้นสำหรับผมเท่านั้น เครื่องเริ่มดันยาเข้าไปทางเส้นเลือดของผม จนเย็นวาบไปทั่วร่าง แล้วไอ้เครื่องบ้านั่นมันก็เริ่มทำงานอีกครั้ง

*”หายใจเข้า…”

**”หายใจออกแล้วกลั้นไว้ตามเวลาที่กำหนด…”

(สร้อย *,** ซ้ำ ๆ ท่อนเดิมจนกว่าจะพอใจ)

——————- เล่าต่อจากข้างบน ——————-

กว่าจะสแกนหมด ผมแทบหมดลมกลั้น ไอ้เครื่องบ้านี่ซาดิสต์มากขอบอก ถ้าคราวหน้าถ้าไม่ถึงตายลำไส้ไม่หลุด
หัวใจจะหยุดเต้นคงต้องขอผ่าน เหมือนเครื่องทรมาณร่างกายมากกว่าเครื่องตรวจรักษา

สแกนเสร็จสถานที่แรกที่ควรจะไปก่อนตายคือ ห้องน้ำ ผมเข้าไปนั่ง ขอโทษนะ…ยังไม่ทันได้เบ่ง ทุกอย่างพรั่งพรูออกมา
เหมือนถุงก๋วยเตี๋ยวแตก พรุบ ……. โล่ง

แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายตัวนะ รู้สึกแน่น ๆ เพราะว่ายังมียาอยู่ในร่างกายอีกมาก พี่เจ้าหน้าที่อีกคนที่มาดูแลเขาบอกว่าให้ดื่มน้ำเยอะ
เพื่อขับยาออกให้หมด ระหว่างรอผลอีกราว ๆ 2 ชั่วโมง ซึ่งหมอบอกว่าให้ผมไปเดินเล่นที่ไหนก็ได้แล้วค่อยกลับมาฟังผล
แต่ผมเวลานั้นมันไม่มีกะจิตกะใจเดินเล่นหรอกครับ เพราะมันจะอยากเข้าห้องน้ำบ่อยมาก ๆ และเข้าแต่ละครั้งก็พรั่งพรูแบบอั้นไม่อยู่ทุกครั้ง
เล่นเอาน้ำแทบหมดตัวเลย ดีนะที่ผมกินน้ำตามไปเรื่อย ๆ เล่นเอาเหนื่อยเชียวหละ

ผลการตรวจของเครื่อง CT Scan นี่มันละเอียดยิบเลยครับ มันเป็นฟิล์มต่อเนื่องเหมือน Lomo 8 Frame อะไรอย่างนั้น
แต่อันนี้มีมากกว่า ดูได้ในทุก ๆ จุด อย่างละเอียด หมอบอกว่าผมมีก้อนเนื้อเล็ก ๆ อยู่ตรงขาหนีบ ซึ่งนี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดในบางครั้ง
สมควรที่จะผ่าออก ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย ปกติดีทุกอย่าง แถมยังมีกล้ามเนื้อหนามาก ๆ แต่ตอนนี้มีไขมันโอบเป็นกันชนอยู่โดยรอบ
ถ้าออกำลังอีกสักนิด จะเฟิร์มมากเลย … สงสัยที่ยังมีกล้ามเนื้อยู่น่าจะเป็นที่ตอนหนุ่ม ๆ ออกกำลังกายค่อนข้างหนัก ก็เลยพอหลงเหลือให้ใช้การได้บ้าง

หมอคนเดิมส่งตัวผมให้กับหมอ่าตัดอีกคนนึ่ง

“ผ่าวันนี้เลยนะ” หมอบอก

“ได้ครับ แต่หมอต้องไปรับลูกผมที่โรงเรียนแทนผมนะ”

“งั้นสะดวกเมื่อไหร่นัดมา”

“ปีหน้า”

“จะเก็บไว้ไห้วบรรพบุรุษวันเช็งเม้งเหรอ รีบ ๆ ผ่าเก็บไว้นานไม่ดี”

“งั้นวันพฤหัสก็ได้ครับ บะหมี่จะได้หยุดเรียน 2 วัน วันจันทร์น่าจะไปรับไปส่งได้ตามปกติ”

หมอส่งผมไปตรวจวัดคลื่นหัวใจ แล้วก็ x-ray ที่ปอดดูอีกรอบว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ผลออกมาเหมือนเดิมคือผมแข็งแรงมาก
โดยเฉพาะหัวใจแข็งแรงมากมายอย่างเหลือเชื่อ ก็แปลก ๆ นะครับ ผมก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ ทำไมหัวใจแข็งแรงก็ไม่รู้
พี่อ๊อด คมกริชมอเตอร์ ร้อยเอ็ด สันนิษฐานว่า น่าจะมาจากการที่บ้านผมมีหลายชั้น เดินขึ้นเดินลงบันไดวันละหลายรอบ เป็นการออกกำลังกายไปในตัว
ซ้ออ้วนภรรยาพี่อ๊อดเออออเห็นด้วย และยังบอกว่าตั้งแต่แต่งงานมาเพิ่งจะเห็นสามีแกพูดจามีเหตุมีผลก็วันนี้ … อ้าว

ผมกลับบ้านบอกแม่กิ๊ก ว่าจะผ่าวันพฤหัสนี้ แม่กิ๊กทำหน้างง ๆ เหมือนที่ผมงงตอนหมอบอก อะไรจะเร็วขนาดนั้น
แต่ผมบอกว่าไม่ต้องกังวลหรอก หมอไม่ได้ตัดจู๋ออกยังเก็บเอาไว้และใช้งานได้เหมือนเดิม สีหน้าแม่กิ๊กผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

เช้าวันพฤหัส…

ผมขับรถไปผ่าตัดคนเดียวตอนเช้า ตั้งแต่ 7 โมงเช้า

…. เข้าไปรายงานตัวที่หน้าห้องฉุกเฉิน สักพักพยาบาลก็มาพาไปใส่น้ำเกลือ ซึ่งมันจะอยู่ติดตัวผมอีกสองวันจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล
ถ้าผูกพันกันมาก ๆ ก็อาจจะขอหมอกลับไปใส่ที่บ้านด้วย แต่เข็มน้ำเกลือนี่ผมไม่ชอบเลยนะ ผมว่ามันเจ็บกว่าทุกเข็มทุกชนิดที่ฉีด

ผมได้ห้องหมายเลข 747 ฟังแล้วเสียว ๆ กลัวถูก hi jack ห้องกว้างขวางใหญ่โตมาก ระเบียงใหญ่กว่าโรงพยาบาลทั่ว ๆ ไป
ที่ส่วนใหญ่ออกไปแล้วปิดประตูแทบไม่ได้ เพราะไม่พ้นตัว แต่ที่นี่สามารถเอาเตาบาบีคิวมาปิ้งย่างฉลองญาติพี่น้องป่วยได้อย่างเต็มที่

สักพักก็มีพยาบาลผู้ช่วยมาจัดแจงเปลี่ยนเสื้อและเตรียมตัวให้ผมสู่เข้าห้องผ่าตัดโดยสวัสดิภาพ ขั้นตอนนี้หวาดเสียวและจั๊กจี้นิดหน่อย
เพราะผมผ่าตัดแถว ๆ นั้น ก็เลยต้องเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย ใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าจะเสร็จ คิดดูแล้วกันว่าผมจะเหงื่อตกแค่ไหน…

9.00 น.ก็มีคนมารับไปห้องผ่าตัดโดยให้ผมนอนบนเตียงลงลิฟต์ หลาย ๆ คนถามผมว่ารู้สึกกลัวไหม แต่บอกตรง ๆ ว่าความรู้สึกตอนนั้นเฉยมากเลยนะ
คือผมเป็นคนเด็ดขาด หรือจะเรียกว่าใจเด็ดก็ได้ครับ ผมตัดสินใจอะไรแล้วจะไม่กลัวอะไรอีก ต้องทำให้จบในทีเดียว มาพะวักพะวงมันไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว

ผมเข้าไปรอนอกห้องผ่าตัดราว ๆ 20 นาที ก็สมควรแก่เวลา พยาบาลเข็นผมเข้าห้องผ่าตัด จากนั้นก็มีหมอดมยา หมอดมยาคือหมอวิสัญญีที่มีหน้าที่ให้ยาสลบ
ไม่ใช่หมอดมทินเนอร์นะ หมอคนนี้เป็นผู้หญิงท่าทางร่าเริงเกินกว่าเหตุ พูดจาน่ารักสนุกสนาน แบบนี้คนไข้ที่กลัว ๆ คงสบายใจขึ้นเยอะ
หมออธิบายว่าจะทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ผมตะโกนร้องโวยวายเวลาผ่าตัด ครั้งนี้เขาจะใช้วิธีบล็อกหลัง หมอให้ผมนอนตะแคงในท่าคุดคู้เข่าชนคาง
แล้วก็เอาอะไรเย็น ๆ มาถูที่หลัง จากนั้นก็ฉีดยาเข้าที่บริเวณแถว ๆ กระดูกสันหลัง

ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ในทางนอนหงาย ขาเริ่มชาเหมือนเป็นเหน็บจนกระทั่งไม่มีความรู้สึก สักพักหมอก็ให้ยานอนหลับผมทางน้ำเกลือ
แป๊ปเดียวหลับไม่รู้เรื่องเลยครับ ต่อมาหมอจะผ่าตัดหรือตั้งวงเล่นแชร์อันนี้ก็มิิาจทราบได้

ตื่นมาอีกทีก็ตอนหมอคนเดิมปลุกบอกว่าเสร็จแล้ว ทำไมเวลามันแม่นยำเหมือนสั่งได้ขนาดนี้ แสดงว่าหมอเก่งมาก ๆ เลยนะเนี่ย

“ต้องนอนราบอย่างนี้ 12 ชั่วโมงนะคะ อย่าลุกนุ่งเด็ดขาด นอนตะแคงได้ แต่ต้องอยู่ในท่าราบเท่านั้น”

ผมถูกเข็นกลับเข้าห้องพัก ซึ่งตอนนี้ครอบครัว แม่กิ๊ก บะหมี่ แป้งจี่ พ่อ แม่ แม่ยาย และน้องสาว อยู่กันครบ
ถ้ามีข้าวตอกดอกไม้ก็คงจะเอามาโปรยต้อนรับแล้วหละ

ตอนนี้ก็ได้แต่คุย ๆ ๆ แล้วก็คุย สนุกสนานเหมือนมางานแต่งงานมากกว่ามาเยี่ยมคนป่วย พอช่วงบ่ายทุกคนก็กลับเหลือน้องสาวผมเฝ้าอยู่คนเดียว
แต่ก็มีคนมาเยี่ยมเรื่อย ๆ ไม่ได้ขาด ซ้ออ้วนกับพี่อ๊อดก็มาคุยจนเกือบสามทุ่ม

ช่วงเวลาตั้งแต่บ่ายจนถึงห้าทุ่มเป็นช่วงที่ทรมาณมาก ๆ ครับ เพราะว่าผมขยับตัวไม่ได้ มันต้องนอน ในท่าเดิม ๆ อย่างนั้นจนถึง 5 ทุ่ม
เพื่อไม่ให้มีผลข้างเคียงจากการถูกบล็อกหลัง ถ้าอยากรู้ว่ามีความรู้สึกยังไงก็ง่าย ๆ ครับ ลองนอนหงายไม่ขยับตัวซัก 12 ชั่วโมงดู แล้วจะรับทราบ

อืม … ลืมบอกไปว่าผมฉี่ทางท่อนะ เพราะว่าเขาสวนสายยางต่อถุงออกมาข้างนอก หมอมาตรวจบอกว่าผมฉี่เยอะมากเลย

วันจะกลับหมอก็มาดึงไอ้สายนี่ออก ตอนดึนี่เสียวแว๊บ แสบสะใจมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

กลับบ้านได้ ไม่มีอะไร วันพฤหัสให้มาดูแผล หมอบอก
ผมขับรถกลับบ้านเองเพราะหมอบอกว่าขับได้แต่ขี้นลงสะพานให้เบา ๆ หน่อย ผมเจ็บแผลหน่อย ๆ ยังยกของหนักไม่ได้ ให้ใช้แม่กิ๊กไปพลาง ๆ ก่อน
เป็นคำสั่งของหมอ แม่กิ๊กไม่สามารถหาเหตุผลมาโต้แย้งได้

ตอนที่เขียนนี่ก็วันอังคารแล้วแม้ว่าแผลจะดูใหญ่แต่ก็เริ่มหายเจ็บ และแผลตรงที่ทำหมันไหมก็หลุดแล้ว

ลืมบอกไปว่าครั้งนี้ผมถือโอกาสทำหมันไปด้วยเลย เพราะว่าตั้งใจทำไว้นานแล้ว
ผู้ชายหลาย ๆ คนกลัวการทำหมันเลยผลักภาระให้เป็นฝ่ายหญิงทำแทน ซึ่งลำบากมากกว่าครับ ผู้ชายทำนี่แผลนิดเดียวเอง
และไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย เรียกว่าน้อยกว่าแผลที่ผมผ่าตัดเยอะเลย แป๊ปเดียวก็หายแล้ว

และไอ้เรื่องเสื่อมนี่ถ้ากลัว เดี๋ยวผมจะมารายงานผล เป็นระยะ ๆ แต่ผมว่ามันไม่เสื่อมหรอก ถึงจะเสื่อมลงไปบ้างก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรนัก
ความรักความเข้าใจกันในครอบครัวเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าเยอะ …?ครับ

สุดท้ายขอให้ทุกคนสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่ต้องเสียความบริสุทธิ์ให้ไอ้เครื่อง CT Scan เหมือนผมนะครับ

ป.ล.ลืมเล่าไปตอนนึง พยาบาลมาเช็ดตัวให้ พอดึงเสื้ออกเห็นท้องผมพยาบาลรีบถามเลยว่าท้องอืดเหรอคะ ทำมันมันบวม ๆ แข็ง ๆ อย่างนี้
น้องสาวผมอยู่นอกม่านถึงกับหัวเราะกิ๊กกั๊ก ผมเลยบอกว่าไม่ได้ท้องอืดครับ แต่ว่าท้องมัน “ป่อง” … เฮ้อ

14 มิ.ย. 50

วันนี้ผมไปตัดไหม และไปฟังผลเนื้อเยื่อ สรุปว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ … มันเป็นเนื้อเยื่อที่ตายแล้วครับ …
กลับมาทำเวบ และเลี้งดูครอบครัวได้อย่างสบายใจครับ ขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นห่วง และคอยให้กำลังใจนะครับ

วิรุฬฯ พบประชาชน // แฉ ” วิทตี้ ” กิ๊ก หนุ่มนอก

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 7:06 pm

- ตลกหน้าม่าน
จำลอง ; ดวงอาทิตย์ กับ เชียงใหม่ อะไรอยู่ไกลจากตัวเรามากกว่ากัน ??
ประสงค์ ; ดวงอาทิตย์
จำลอง ; ผิด
ประสงค์ ; ผิดยังไง ??
จำลอง ; อ่ะ ยืนอยู่นี่แกมองเห็นดวงอาทิตย์ ป่ะ
ประสงค์ ; เห็น
จำลอง ; แล้วแกมองเห็น เชียงใหม่ ป่ะ
ประสงค์ ; ไม่เห็น
จำลอง ; นั่นไง ก็เชียงใหม่อยู่ไกลกว่าดวงอาทิตย์ แกเลยมองไม่เห็น

- แฉ ” วิทตี้ ”
มันแอบชอบหนุ่มในเวบสองหาว เฮียรู้ลึก รู้จริง
(( เอาแค่นี้ก่อน รอมันเผลอจะมาแฉใหม่ ))

- กลอนเหงา คนหงอย
กล้วยตานี ต้นนี้ ปลายหวีเหี่ยว
น้ำไหลเชี่ยว ปลายเหี่ยว เดี๋ยวก็หัก
อุปมา ดั่งเฮียนี้ มีความรัก
ซวยยิ่งนัก อกหักช้ำ ระกำทรวง

- ได้มาจากFwd mail
>Subject: เข้าห้องน้ำมอเตอร์เวย์ ระวัง!

>จุดพักรถมอเตอร์เวย์ ต้องระวัง แม้กระทั่งผู้ชาย

>เคยเจอแบบนี้ไหมครับ จุดพักมอเตอร์เวย์ ตอนตีสองครึ่ง
>ผมกำลังขับรถกลับบ้าน คนเดียว ปวดขี้สุดๆ เข้าไปในห้องน้ำนั่งทันที ปิดประตูปัง
>สักพักมีคนเข้ามานั่งห้องข้าง ๆ แล้วก็มีเสียงลอดมา

>ชายนิรนามห้องข้างๆ: “สวัสดี เป็นไงมั่ง สบายดีไหม?”
>ผม: นึกในใจ อืม อะไรของมัน เอาวะใจดีสู้เสือตอบไป “เอ่อ สบายดีครับ สวัสดีครับ”

>ชายนิรนามถามต่อ: ” ทำอะไรอยู่ล่ะ”
>ผม: เอ่อ จะให้ ทำอะไรฟะ นั่งอยู่ในส้วม ” เอ่อ ขี้อยู่น่ะครับ ”

>ชายนิรนามถามอีก: ” นอนดึกนะเนี่ย ไม่หลับไม่นอน จะไปไหนเนี่ย”
>ผม: อืม แปลกดีวุ้ยมีชวนคุย ” เออ กลับบ้านที่จันท์ครับ ต้องไปงานแต่งตอนเช้า”

>แล้วชายนิรนามก็พูดประโยคที่ทำให้ผมช๊อคมาก ว่า
>”เฮ้ย แค่นี้ก่อนนะ ห้องข้างๆเป็นเอี้ยอะไรไม่รู้ พูดตอบมาตลอดเลย”
เฮียอ่านแล้วขำ หงายท้อง

- พวกเขาทำยังไง เมื่อหลอดไฟขาด ??
> บิ๊กบัง = สั่งลูกน้องเอารถถังออกไปซื้อหลอดใหม่ แล้วออกทีวีประกาศ ว่า
หลอดเก่ามันกินไฟมากเกินไป จำใจต้องเปลี่ยน (( โปรดฟังอีกสอง-สามครั้ง ))
> แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ = ผ่าดูที่ไส้หลอด หาสาเหตุว่ามันขาดเพราะอะไร
> สรยุทธ์ = ชักชวนผู้ชมทางบ้านส่งSMSมาโหวท ว่า เปลี่ยน หรือ ไม่เปลี่ยน
เมื่อได้รับส่วนแบ่งจากบริษัทโทรศัพท์แล้ว ก็แจกเสื้อยืด ,หนังสือ , หมวกอาบน้ำ ฯลฯ
แล้วแต่สปอนเซอร์จะบริจาค
> สะพรั่ง = เบิกงบประมาณของกองทัพบก ซัก7ล้าน ขนญาติฝ่ายเมียไปดูวิธีเปลี่ยนหลอดไฟแถวยุโรป
> ชนสวัสดิ์ = ตะคอกใส่ตำรวจ ” มรึงรู้ไม๊ กรูเป็นใคร เปลี่ยนหลอดไฟให้กรูที ”

- ยอยศ แพนเค้ก
วันหนึ่ง เด็กในร้านถือนิตยสารสตรีมาวางไว้บนโต๊ะ
เฮียหยิบขึ้นมาดู เห็นนางแบบบนปกหน้าตาน่ารัก
” แพนเค้กไงเฮีย รู้จักป่าว ”
เฮียเคยเห็นชื่อน้องแพนเค้ก ผ่านตามาบ้าง ประปราย
แต่ไม่เคยเห็นรูปชัด ชัด และ ไม่คิดจะผูกสัมพันธ์อะไรกับเธอ
เพราะเฮียมีนางแบบประจำใจอยู่แล้ว คือ ป้าม้า อรนภา
เฮียชอบแกมาก ยิ่งแก่ แกยิ่งเหมือนลุงคนเล็กของเฮีย

เฮียมองดูรูปนั้นแล้วรู้สึกแปลก แปลก
อารมณ์เหมือนพบเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
” ชอบล่ะสินั่นน่ะ น้องเค้าเล่นละครด้วยนะเฮีย ดูป่าว เดี๋ยวหนูจัดให้ ”

เฮียดูDVDละครทีวีชื่อเรื่องยาว ยาว จบไปหนึ่งแผ่น
น้องแพนเค้ก รับบทเป็นนักศึกษา
เธอไม่ใช่คนสวย หน้าตาเหมือนหมวยตามเขียงหมูในตลาด
ใบหน้ากลม หูกางคิ้วบาง ผมเสียเป็นกระเซิง
เฮียรู้สึกเฉย เฉย กับ รูปร่าง-หน้าตา ของเธอ
แต่ที่สะดุดความรู้สึก ก็คือ อิริยาบทที่เธอแสดง ทั้งสีหน้า แววตา รวมถึงน้ำเสียง
ช่างเหมือนผู้หญิงร่วมสถานศึกษาคนหนึ่งที่เฮียเคยรู้จัก
..
..

ระยะหลัง หลัง เฮียรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงทุกวัน ทุกวัน
คนรอบข้างก็ล้วนแต่วัยใกล้เคียง พบเจอกันคุยแต่เรื่องทำมาค้าขาย
ขาดทุน - กำไร ไม่ก็ชวนเข้าวัด ทำบุญ ฝังลูกนิมิต
ชีวิตเหมือนกำลังนับถอยหลัง เข้าสู่วัยที่โลกลืม
หนึ่งชั่วโมงกว่าที่เฮียใช้ไปกับDVDแผ่นนั้น เฮียรู้สึกเหมือนว่าได้ย้อนเวลากับไป
เป็นเด็กนักศึกษาอีกครั้ง

ได้นั่งจ้องหน้าใครคนหนึ่ง ที่เมื่อยี่สิบปีก่อนเฮียไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

คืนนั้นเฮียหลับสบาย คลับคล้ายว่าฝันถึงน้องแพนเค้ก
แต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง

เฮียไม่ใช่คนบ้าดารา
ในชีวิตนี้เคยคลั่งไคล้ คุณอรพรรณ(( พานทอง ))วัชรพล เพียงคนเดียว
ตั้งแต่เธอแต่งงานมีครอบครัว ลิ้นชักหัวใจของเฮียก็ถูกปิดตาย ไม่เคยให้ใครเข้าไปค้น
วันนี้เฮียไขกุญแจ เปิดมันอีกครั้ง เพื่อเก็บดาราสาวคราวหลานไว้ชื่นชมอีกคนหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะความสวย
ไม่ใช่เพราะความเซ็กส์ซี่
ไม่ใช่เพราะความคิดอกุศล อนาจาร
แต่เป็นเพราะความประทับใจ ในอะไรซักอย่าง ที่เฮียก็อธิบายไม่ถูก

บนฟากฟ้าบันเทิงไทย มีดวงดาวส่องแสงระยิบ ระยับ นับไม่ถ้วน
แต่มีเพียงหนึ่งดวง ที่เปล่งประกายเจิดจ้าในใจของเฮียเวลานี้
ดาวน้อยที่ชื่อว่า ” แพนเค้ก ” เขมนิจ จามิกรณ์

สวัสดี