เห็นเป็นข้าวหลาม อย่าผลีผลามกิน

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 11:16 pm

1995
Los Angeles,Ca.

จ่าสิบเอก Lamom T. Rabiab ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
ขณะขับผ่านถนนSunset เห็นรถยนต์คันหนึ่ง
จอดอยู่ในที่ค่อนข้างลับตา ผิดสังเกต เขาเดินเข้าไปใกล้ ใกล้ เอาไฟฉายส่อง
พบชายคนหนึ่งนั่งทำหน้าเหยเก ยังไม่ทันได้ถามว่าเป็นอะไร
ก็พอดีมีผู้หญิงอีกคน
เงยหน้าขึ้นมาจากบริเวณหว่างขา ของชายคนนั้น แล้วเลียปากแผล็บ แผล็บ
ถ้าเป็นตำรวจที่เพิ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยมา หมาด หมาด
คงคิดว่าหมอนั่นกำลังถูกผีปอบกินไส้
แต่สำหรับ จ่าLamom แกรู้ดี ว่า อะไรเป็นอะไร

ทั้งสองถูกนำตัวส่งโรงพัก ตำรวจแจ้งข้อหา ” กินข้าวหลาม โดยไม่แกะกระบอก ”
ผิดกฎหมายบ้านเมือง เข้าข่าย >> กระทำอนาจารในที่สาธารณะ
ชายคนนั้นยอมรับข้อหาแต่โดยดี
ไม่โวยวายถามตำรวจ ว่า ” มรึงรู้ไม๊ กรูลูกใคร !! ”
เพราะมารดาของเขามีสามีคนเดียว จึงรู้ได้ง่าย ว่าใครเป็นพ่อ
ไม่เหมือนลูกนักการเมือง ที่ แม่มีผัวหลายคน เลยสบสน
หาพ่อไม่เจอ ต้องตะโกนถามชาวบ้านไปทั่ว

ตำรวจลงบันทึกประจำวัน
ระบุว่าผู้ต้องหาหญิง ชื่อ Divine Brown
เป็นโสเภณีหากินในละแวกนั้น ด้วยค่าตัวครั้งละ $70
ส่วนจะมีการแจกแสตมป์ เพื่อให้ลูกค้าสะสมไว้แลกกระติกน้ำ หรือไม่
ตำรวจไม่ได้ถาม
เธอทำหน้าเซ็ง เซ็ง ให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ-ถ่ายรูป
ทำประวัติตามขั้นตอน
โดยไม่รู้ว่า ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

คดีนี้ คง จบลงด้วยการเสียค่าปรับ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน
เหมือนคดี ซื้อ-ขาย บริการทางเพศทั่วไป
ถ้าผู้ต้องหาฝ่ายชาย ไม่ใช่ Hugh Grant // ฮิวจ์ แกรนท์
ดาราฮอลลีวู้ด ชื่อดัง
..
..

รุ่งเช้า
หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ต่างพร้อมใจกันนำเสนอข่าว
โดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า
รายการทอล์คโชว์ ทุกช่อง ทุกรายการ ล้อเลียนเขาสนุกสนาน
คนดูก็ชอบใจ หัวเราะเฮฮา
ฮิวจ์ แกรนท์ กลายเป็นตัวตลกที่ขำยิ่งกว่า อ่าง เถิดเทิง
เดวิด เลทเทอร์แมน พิธีกรชื่อดังเล่นมุขกลางอากาศ ว่า
” ฮิวจ์ นอกจากจะหน้าโง่แล้ว เขายังทำอะไรโง่ โง่ อีกด้วย ”
เฮียว่าแกเล่นแรง แต่ก็รู้สึกเห็นด้วย

เฮียรับรู้ข่าวนี้ด้วยความสมเพช-สมน้ำหน้า บวกกับ
ความรู้สึกฉงน สนเท่ห์ ในการกระทำที่แสนอัปยศของเขา
ทำไมผู้ชายระดับพระเอกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หน้าตาดี
มีแฟนสวยเซ็กส์ซี่ อย่าง Elizabeth Hurley
ถึงได้ลงทุนตระเวนขับรถ ไป ในแหล่งเสื่อโทรม
หิ้วเอาโสเภณีผิวสี หน้าตาเยินเหมือนถูกรถบดทับ
เนื้อตัวสกปรกเหม็นสาบ ราว กับกองผ้าขี้ริ้ว
พาไปทำพิเรนท์ข้างถนน จนถูกตำรวจจับ ” คาปาก ”
เป็นข่าวบัดสี น่าอับอายขายขี้หน้า

อะไรมันจะมักง่าย ใฝ่ต่ำขนาดนั้น

หลังจากตกเป็นข่าว
น้องบราวน์ ก็กลายเป็นบุคคลที่น่าสนใจ ใน วงการวิทยุ-โทรทัศน์
ขึ้นมาทันที
เธอได้รับเชิญให้ไปออกรายการ ประเภทนั่งสุมหัวคุย
เกือบทุกรายการ เช่น
- คุณอยากรู้ หนูจัดให้ ”
- คุยคุ้ยข้าว ”
- จับเขาควายคุย ” ฯลฯ
มีข่าวว่าเธอได้รับเชิญให้ไปร่วม แถลงผลงานครบรอบหนึ่งปี คมช.
แต่เธอปฏิเสธโดยให้เหตุผล ว่า ” ดิชั้นไม่เห็นพวกเค้ามีผลงานอะไร ” แน๊ !!
ส่วนงานโฆษณาของเธอก็ไม่ใช่ขี้ ขี้
Motel 6 โรงแรมราคาประหยัดสำหรับคนเดินทาง มีสาขามากกว่า3500แห่ง
จ่ายเงิน $200,000 จ้างเธอเป็นพรีเซ็นท์เตอร์
ในสปอตโฆษณาความยาว 15 วินาที ฉายทางโทรทัศน์ทั่วประเทศ
ภาพเธอลอยหน้า ลอยตา พูดประโยคเด็ด ว่า
” จะล่อกันทั้งที อย่าเสี่ยงกับการถูกจับเลยค่ะ มา โมเต็ล6ดีกว่า ”
ถูกใจคนสัปดน พอสมควร

บราวน์ เริ่มมองเห็นช่องทางดำเนินธุรกิจ และ อนาคตทางการตลาด
เธอลงทุนร่วมกับบริษัทผลิตภาพยนตร์
สร้างหนัง เรื่อง Sunset and Divine: The British Experience
และ Million Dollar Hooker
ทำเป็นDVD ขายเทน้ำ เทท่า
รับงานโชว์ตัว ออกทีวี เล่นเกมโชว์ ตัดริบบิ้นเปิดร้านเสริมสวย
ได้ค่าเหนื่อยในอัตราเดียวกับ เจนนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ
และยังเขียนหนังสือ เล่าถึงเรื่องราวในคืนนั้น อย่างละเอียดทุกเม็ด
เธอรู้ดีว่าฝรั่งมีนิสัยที่ไม่เข้าท่าหลายอย่าง
รวมถึงพฤติกรรม อยากรู้ อยากเห็น เรื่องของคนดัง
หนังสือ ” ข้าวหลามน้อย ฆ่า ฮิวจ์ ” ของเธอขายดี สูสีกับ
” ทักษิณ where are you ”
ฝรั่งอยากรู้เรื่องข้าวหลาม ของ ฮิวจ์ แกรนท์
เหมือนที่คนไทย อยากรู้ ว่า ทักษิณ ” กินอะไรของลิเดีย ”

..
..

2007
สิบสองปี ผ่านไป
วันนี้ Divine Brown เป็นเศรษฐีนี
อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ กับ ลูกสาววัยรุ่นสองคน
เส้นทางชีวิตมีแววดียิ่งขึ้นต่อไปไม่สิ้น
ส่วน ฮิวจ์ ในวัยสี่สิบเจ็ด กลับหมดสภาพพระเอกหน้าซื่อ
ที่เคยเป็นดาราในดวงใจของสาวค่อนโลก
งานแสดงถดถอย ชื่อเสียงที่เคยดังเป็นพลุแตก
วันนี้เงียบเชียบ แทบไม่มีใครพูดถึง
อนาคตทางการแสดง ริบหรี่ ยิ่งกว่าแสงจากตูดหิ่งห้อย

ที่เค้าว่า ชีวิตคน ไม่มีอะไรแน่นอน คงเป็นเช่นนี้

สวัสดี

วิรุฬฯ พบ ประชาชน // หนังมันเศร้า แม่จ๋า

หมวด: วิรุฬพบปะประชาขน, เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 9:40 pm

- หนังมันเศร้า แม่จ๋า
นานแล้ว ที่ เทียมเพชร ไม่ได้ไปไหนมาไหน กับ ทองชุบ แฟนหนุ่ม
ระยะหลัง เธอรู้สึกว่าเขามักทำตัวยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา
ต่างจากเมื่อก่อน ตอนรักกันใหม่ ใหม่ เขาตามติดเธอแจเหมือน
ลูกแหง่ติดแม่นม
เอ่ยปากอยากไปเที่ยวไหน ก็จัดให้ ทันใจ ทัน-อก
บ้านอยู่นครนายกฯ ยังพาไปเล่นน้ำตกที่ลำปาง เป็นประจำ

วันหนึ่ง
เธอ โทรศัพท์หาเขา ตั้งใจชวนไปดูหนังดังเรื่องเด็ด ” เจ็ดสาวประจัญบาน ”
แต่เขาบอกปัด อ้างว่าติดประชุม
เทียมเพชร ตัดสินใจไปดูคนเดียว เธอไม่อยากพลาดหนังของดาราในดวงใจ
>> ” เหมือน ทุย ” พระเอกลูกครึ่งเปรู - ซูดาน ที่เธอปรานโปรด
ขณะที่อยู่ในโรงภาพยนตร์ เธอสังเกตเห็น หนุ่ม-สาว คู่หนึ่ง
คุยกันกระหนุง กระหนิง
เงาดำตะคุ่มของผู้ชายคนนั้น คุ้นตา แต่เธอก็ไม่กล้าฟันธง ว่า เป็นทองชุบ

ในโรงภาพยนตร์ คนเราย่อมมีเงาคล้ายกัน
แต่พอหนังจบ ไฟสว่าง เธอจึงได้เห็นเต็มสองตา
(( ถ้าเธอมีตามากกว่านั้น อาจเห็นมากกว่านี้ ))
ว่า ทองชุบ หลบเธอมาดูหนังกับแฟนใหม่ ส่วนจะชื่ออะไรเธอไม่ได้ถาม
เทียมเพชร เสียใจที่ถูกหลอก หรือ ถ้าเขาบอกก่อนเธอก็คงร้องไห้อยู่ดี
เธอกลับถึงบ้านด้วยสภาพน้ำตานองหน้า
” เป็นอะไรไปลูก ?? ” แม่ถามด้วยความเป็นห่วง
ตอนแรกเธอคิดจะโกหกแม่ ว่า ร้องไห้เพราะคิดถึงทักษิณ
แต่นึกขึ้นได้ว่าแม่อยู่ฝ่าย คมช. เลยตอบไปว่า
” หนังมันเศร้า แม่จ๋า ”

- กว่าจะเป็น ” เซ็นธารา ”
ปี 2527
ตึกสูงใหญ่ รูปทรงสวยงาม ที่ตั้งเด่น บน หัวถนนวิภาวดี-รังสิต นั้น
คือ โรงแรมเซ็นทรัล
ทุกครั้งที่นั่งรถทัวร์ผ่าน
เฮีย อด ไม่ได้ที่จะแหงนหน้ามอง ในใจใฝ่ฝันคงได้มีโอกาส
มานอนเล่น ซักวัน
อยากรู้ว่าห้องพักบนชั้นที่ยี่สิบ วิวจะสวยเพียงใด
และ น้ำไหลแรงแค่ไหน

กว่าวันนั้นจะมาถึง เวลาก็ผ่านไปยี่สิบปี

2547
เฮียมีโอกาสใช้บริการของโรงแรมเซ็นทรัล ภายใต้ชื่อใหม่ ” โซฟิเทล ”
อันเป็นผลมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่
และ เปลี่ยนชื่อไปตามเจ้าของใหม่
สามคืนที่นั่นบนชั้นที่ยี่สิบห้า เฮียหลับสบายดี แต่จะเป็นสุขกว่านี้
ถ้า ที่นี่ยังใช้ชื่อเดิม

วันสุดท้าย
เฮียกลับจากช็อพปิ้ง กำลังจะขึ้นไปบนห้อง
มีฝรั่งคนหนึ่ง ใส่สูทหล่อ บุคคลิคเรียบร้อย เดินเข้ามาในลิฟท์
” ชั้นไหนครับ ” เฮีย กด ชั้นของเฮีย แล้วถามเขา
” เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ” เขาพูดภาษาฝรั่งค่อนข้างชัด ซึ่งเฮียก็ไม่แปลกใจ
” ผมต้องใช้กุญแจ ” เขาพูด แล้วควักจุญแจขึ้นมา เสียบเข้าไปในช่องบนแผง
ตรงนั้นมีตัวหนังสือเล็ก เล็ก เขียนว่า Executive Floor
เฮียเขินเล็กน้อย เลยแกล้งผิวปากมองเพดาน เขาคงดูออกเลยชวนคุย
” พักที่นี่ สะดวก สบายดีไม๊ครับ ”
” ก็ดีครับ ” เฮียก็ตอบไปงั้น งั้น
” มีอะไรบกพร่อง แจ้งพนักงานได้เลยนะครับ ”
ประตูลิฟท์เปิดเมื่อถึงชั้นของเฮีย เขายื่นมือกั้น (( ทำเหมือนพนักงานหน้าลิฟท์ ))
รอจนเฮียก้าวขาออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ” ขอบคุณที่พักที่นี่ครับ ”

เฮียเก็บข้าวของเตรียมตัว เช็คเอ็าท์
นึกถึงโรงแรมของคนไทย พนักงานคนไทย ก่อสร้าง - ตั้งอยู่ในประเทศไทย
มีผู้บริหารชั้นสูงเป็นชาวต่างชาติ
รู้สึกยังไง บอกไม่ถูก

สิงหาคม 2550
ข่าวเศรษฐกิจรายงานความเปลี่ยนแปลง ธุรกิจในเครือของตระกูล จิราธิวัฒน์
แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลของเฮีย แต่เฮียก็ให้ความสนใจพอสมควร

โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล วันนี้เปลี่ยนชื่อเป็น เซ็นธารา
และ ในอนาคต คง เกิดความเปลี่ยนแปลงมากกว่านั้น

เฮียหวังว่า ซักวันคนที่เสียบกุญแจเพื่อบังคับให้ ลิฟท์ ขึ้นไปถึงชั้นผู้บริหาร
จะเป็นใครซักคน ที่เป็นคนไทย

สวัสดี