บุ๊กกกกกกกกกกกก

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 11:32 am

บุก
ขอสูตรอาหารเพิ่มน้ำหนัก ให้เฮียด้วย
แบบกินเล่นก่อนนอน ตอนดูทีวี
เอาไอ๊ที่กินน้อย แต่อ้วนนาน สูตรไหนก็ได้ที่ไม่ใส่นม
ชีส-เชิ๊ส เฮียกินได้หมด
ด่วนเลย เฮียผอมมากช่วงนี้

เธอเป็นไงมั่ง สบายดีป่าว
เฮียไม่ค่อยดี ติดไอ๊ไวรัสห่าอะไรนั่นน่ะ
ไอ ค๊อก แค๊ก มาเกือบเดือน

ตอนนี้เฮียเลิกกินไวน์
เก็บตังค์ไปซื้อtreatsให้อาหมิง กินจุเป็นปอบ
ซองนึงได้สามวัน ข้าวปลาไม่กินมันกินแต่ขนม

ช่วงนี้ของแพงเป็นบ้า
scoop away สามสิบlbs.= $สิบสาม แน่ะ
ตะก่อนเฮียซื้อ $เก้ากว่า เอง
เปลี่ยน วีค ละครั้ง จะจนตายอยู่แล้ว
ปล่อยไปขี้ข้างนอก ก็ ขี้ไม่ออก
เสียแมวหมดแล้ว

ไปละ

Prius ประหยัดอย่างเทพ

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 5:18 pm

ปี 1997
บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ แห่งประเทศญี่ปุ่น
เปิดตัวรถยนต์ประหยัดพลังงาน
ใช้เครื่องยนต์พิเศษ ผสมผสานระหว่างน้ำมัน กับ ระบบไฟฟ้า
เรียกกันว่า Hybrid

ในวงการเทคนิคยานยนต์ เป็นที่รู้กันดี ว่า
ช่วงระยะที่สิ้นเปลืองน้ำมันที่สุดของรถยนต์
คือ 0 - 15 ไมล์ ต่อ ชั่วโมง
เครื่องยนต์Hybrid แก้โจทย์ข้อนี้ ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้า
เป็นตัวขับเคลื่อน แล้วจึงสลับไปใช้พลังงานน้ำมันตามปกติ
เมื่อความเร็วเกินกว่านั้น
ขณะเดียวกันก็สะสมพลังที่ได้จากการทำงานของเครื่องยนต์
ไว้ใช้ เมื่อความเร็วลดลงในครั้งต่อไป
เมื่อรถจอดสนิทเครื่องยนต์จะดับโดยอัตโนมัติ
ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันไปกับการ
เดินเครื่องยนต์อยู่กับที่ และ ไม่สร้างมลภาวะจากการปล่อยควันเสีย

ฟังดูง่าย ง่าย แต่โตโยต้าใช้เวลาเป็นสิบปี กว่าจะผลิตออกมาขาย
ใช้ชื่อรุ่น ว่า >> Prius ส่วนชื่อที่พระตั้งให้ไม่ได้รับการเปิดเผย

ไพรอัส เป็นชื่อของ เทพ องค์หนึ่ง
แม้จะไม่ค่อยโด่งดังอย่าง โอลิมปัส หรือ เปกาซัส
แต่ชาวกรีกก็ให้ความเคารพ
ยกย่องบูชา ในฐานะ ” เทพแห่งความมัธยัสถ์ ”
ตำนานเล่าว่า Priusเป็นเทพสมถะ แต่งตัวง่าย ง่าย
ไม่สวมเครื่องประดับ
ใช้จ่ายประหยัด ไปทำงานก็ห่อข้าวไปกินเอง
มีบุคคลิคตรงข้ามกับ Posedon
หมอนั่นเป็นเทพฟุ่มเฟือย ใช้น้ำเปลือง
สโลแกนประจำตัวของ ไพรอัส คือ
” มีเหลือต้องเผื่อแผ่ รักแน่ต้องให้แม่มาขอ ”

” อาซาฮี คงคย ” หัวหน้าทีมวิศกร ลูกครึ่งญี่ปุ่น-กัมพูชา
( พ่อเป็นคนโอซากา แม่มาจากปอยเปต ))
กล่าวอย่างมั่นใจว่า ” วันหนึ่ง ผู้คนทั่วโลกจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของ Prius ”

ปี 2000
โตโยต้า ส่ง Prius เข้ามาขายในประเทศสหรัฐอเมริกา
อย่างเป็นทางการ
ขณะนั้นราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ $2.49 ต่อ 1 แกลลอน
ภาวะโลกร้อนไม่อยู่ในความคิดของคนอเมริกัน
บนถนนเต็มไปด้วยพาหนะขนาดใหญ่ เผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างบ้าคลั่ง
บางคันใช้เครื่องยนต์ชนิดเดียวกับ รถขนส่งทหาร
ที่ใช้ในสมรภูมิแถบตะวันออกกลาง
แต่คนอเมริกันใช้ขับไปซื้อ นมลูก แถวปากซอย
แค่สตาร์ท-อุ่นเครื่องให้ฮีทเตอร์ในรถทำงาน ก็ใช้น้ำมันหมดไปร่วมครึ่งถัง
พวกเขาภูมิใจในการขับรถอเนกประสงค์ ขนาด 7 ที่นั่ง
เครื่องยนต์แปดสูบ คันใหญ่เท่ารถร่วม ขสมก.
มากกว่าจะสนใจรถ ” พอเพียง ” คันเล็ก จากประเทศบ้านเกิดของ
อาโออิ โซริ

เส้นทางการตลาด ของ Prius ไม่หวือหวา
เพราะติดที่รูปลักษณ์ ” สาวแก่ ” ตามแบบฉบับ รถ อนุรักษ์พลังงาน
แถมยังราคาแพงกว่ารถเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ในท้องตลาด
ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
หลายคนเห็นสภาพแล้วส่ายหน้า ปรามาส ดูแคลนต่าง ต่าง นา นา
” จะไหวเร๊อ รูปร่างอย่างกะ รถกะป๊อหลังรามฯ ”
นักวิเคราะห์ยานยนต์บางคนพูดจา กระแนะ กระแหน
เหมือนนายกฯเมืองไทย เวลาออกทีวี

แต่กระนั้นจำนวน Prius ที่วิ่งตามท้องถนน ก็มีให้เห็นมากขึ้น
มากขึ้น ทุกวัน

ปี 2007
Prius มียอดจำหน่าย 100,000 คัน ทั่วโลก
นิตยสาร ” รถร่วมเพศ ” หนังสือเกี่ยวกับรถยนต์ที่ทรงอิทธิพล
ของ สหรัฐฯ
กล่าวถึงPriusว่า เป็นยนตกรรมที่วิเศษที่สุดในศตวรรษ
รองจากเกวียนเทียมวัว
Prius กวาดรางวัลจากทุกสถาบันวิจัยทั่วโลก รวมทั้งรางวัล
ดันดาราอะวอร์ด จากรายการตีสิบ
” มันเยี่ยมมากเลย ผมต้องซื้อไว้ซักคันเพื่อเป็นเกียรติ์แก่วงศ์ตระกูล ”
ไอ๊นักวิเคราะห์คนเดิมเป็นคนพูด

ปี 2008
น้ำมันที่ประเทศดูไบไม่ค่อยแพง
แต่ราคาตามปั๊มที่สหรัฐฯ อยู่ที่ $4.49 ต่อ 1 แกลลอน
เพิ่มขึ้นจากแปดปีก่อน เกือบ 100 เปอร์เซนต์
รถยนต์คันที่ฝรั่งขับไปซื้อนม ต้องใช้เงิน$150 จึงจะเติมน้ำมันได้เต็มถัง
และเมื่อขับไปได้เพียงครึ่งสัปดาห์ เข็มบอกปริมาณก็จะตกไปที่ขีดสีแดง
พร้อมไฟเตือนกระพริบ ปริบ ปริบ
ตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ตกต่ำ โชว์รูมซบเซา พนักงานนั่งเหงาเป็นศาลาคนเศร้า
ขณะที่ Prius มียอดจำหน่ายสูงจนผลิตแทบไม่ทัน
..
..

วันนี้
TOYOTA PRIUS รถยนต์Hybridรูปทรงประหลาด
ที่เคยเป็นที่ขบขันของฝรั่ง กลายเป็นรถยนต์ขวัญใจมหาชน
หน้าตาขี้เหร่ ถูก บดบังด้วยเสน่ห์ของความประหยัด -
เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
และ เมื่อบวกกับโฆษณา ที่ว่า
” ไม่สวยเหมือนมัสแตง ไม่แรงเท่าเฟอร์แรรี่ แต่พี่ไม่เปลืองน้ำมัน ”
Prius ก็ชนะใจคนใช้รถกว่าค่อนโลก

ที่ คงคย พูดมา เห็นท่าจะเป็นจริง

TOYOTA ; moving forward
สวัสดี

แปลกที่เขา หรือ เราแตกต่าง

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 12:58 pm

- แปลกที่เขา หรือ เราแตกต่าง ??

วันนั้นเฮียนั่งรถไฟฟ้า ในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารค่อนข้างแน่น
ทั้งนักศึกษา , คนทำงาน , แม่บ้าน-เด็กเล็กเลิกเรียน

วัยรุ่นชายสองคน ขึ้นมาพร้อมเฮีย ยืนตรงประตู
ตอนแรกเฮียคิดว่าพวกเขาจะลงที่สถานีหน้า
แต่ปรากฎว่าผ่านไปหลายสถานี
เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น ผู้โดยสารอื่นที่ขึ้น-ลง ต้องเอียงตัวหลบ
ดูเกะกะ ทุลักทุเล โดยไม่จำเป็น
เมื่อรถจอดที่สถานีอนุเสาวรีย์ฯ มีผู้โดยสารทะยอย ลง
เป็นจำนวนมาก
ต่างคน ต่างรีบ เบียดเสียดกันชุลมุน
แม่บ้านคนหนึ่งจูงมือเด็กนักเรียนตัวเล็ก
ยังไม่ทันก้าวพ้นจากตัวรถ
ประตูก็เลื่อนปิด หนีบตัวเด็กจนร้องเสียงดัง
ก่อนที่จะหลุดพ้นออกไป

เฮียมองหน้าวัยรุ่นที่ยืนตรงประตูนั้น
แล้วส่งคำถามด้วยสายตา ว่า
ตอนที่ประตูกำลังจะปิด ทำไมมรึงไม่เอาเท้ายันไว้ ซักหน่อย
อย่างน้อย ก็ช่วยลดแรงกระแทกต่อเด็ก
หรือไม่งั้น มรึงก็ควรไปยืนให้ห่างจากทางออก เพื่อเปิดทางให้คนอื่น
ขึ้น-ลง ได้สะดวก ทันเวลาก่อนประตูรถปิด
” น้องยืนตรงนั้น มันขวางทางคนอื่นนะครับ ” เฮียพูดออกมา
เพราะคิดว่าเขาคงไม่เข้าใจสายตาของเฮีย
พวกเขามองหน้าเฮียอย่างไร้อารมณ์ หันไปซุบซิบกันเอง
แล้วเบือนหนี
ส่วนผู้โดยสารคนอื่น ไม่มีปฏิกิริยาใด ใด
ต่างคน ต่างนั่งก้มหน้า มองเท้าตัวเอง
มีบางคนหันมามองเฮียแบบ งง งง , บางคนมองออกนอกหน้าต่าง
ไม่มีใครเป็นทุกข์กับประตูที่หนีบเด็ก
ไม่มีใครเป็นไข้ตัวร้อนเพราะวัยรุ่นที่ยืนเกะกะ
หรือนี่เป็นภาพที่พวกเขาชินตา
ประตูรถไฟฟ้าอาจจะหนีบเด็กทุกวัน และ ตู้ขบวนไหนก็มีคนยืน
ออเต็มประตูเป็นเรื่องปกติ
เพราะรถมันแน่น จะให้ทำไง ??

ความจริงเฮียก็ไม่น่าเดือดร้อนอะไร
เด็กนั่นไม่ใช่ลูกในไส้ของเฮีย
ส่วนพวกที่ยืนออที่ประตูนั้น ก็ไม่ได้มายืนเหยียบ
กระดูกไขสันหลังของเฮีย

นาทีนั้น เฮียรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลก
ชาที่ใบหน้า บอกไม่ถูกว่าโกรธเด็กวัยรุ่น
หรือ อาย ผู้โดยสารเหล่านั้น

เฮีย ลงจากรถที่สถานีถัดไป ทั้งที่ยังไม่ถึงจุดหมาย
ยืนเหม่อคิดไปเรื่อยเปื่อย มองดูผู้คน รถรา ตึกสูง จากบนชานชลา
พยายามทำความเข้าใจกับผู้คนร่วมเส้นทาง ที่ไม่ยินดี ยินร้าย
ในเรื่องที่ไม่กระทบต่อชีวิต หรือ ทรัพย์สินของตน
พยายามเข้าใจเด็กวัยรุ่น ที่ ไม่มีวิจารณญาณในสิ่งที่ควร-ไม่ควร
ไม่มีสัญชาตญาณในการช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่เรื่องเล็กน้อย
เฮียคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะชินชากับเรื่องเหล่านี้
ไม่อีกที ก็หนีไปอยู่ที่อื่น

เฮียค่อย ค่อย ก้าวลงจากสถานี
(( ถ้าเดินไม่ดี อาจตกลงมาแขน ขา หัก // สูงเป็นบ้า
รถไฟฟ้าบริษัทนี้ ))
ที่เชิงบันได มีนักศึกษากลุ่มใหญ่ถือกล่องกระดาษ
ตะโกนร้องเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อเป็นทุน ออกค่ายพัฒนาชนบท
รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ได้เห็นเยาวชน ส่วนหนึ่ง
ที่ยังมีความพยายามช่วยเหลือสังคม
เฮียควักธนบัตรหย่อนลงไปสอง-สามใบ
ก่อนจะพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ให้เขาพอได้ยิน ว่า
” น้องควรจะยืนห่าง ห่าง บันไดหน่อยนะครับ คนอื่นมันเดินลำบาก ”
แล้วเฮียก็ก้าวขึ้นแท็กซี่ โดยไม่หันกลับไปมองอีก

สวัสดี