แปลกที่เขา หรือ เราแตกต่าง

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 12:58 pm

- แปลกที่เขา หรือ เราแตกต่าง ??

วันนั้นเฮียนั่งรถไฟฟ้า ในช่วงเวลาที่ผู้โดยสารค่อนข้างแน่น
ทั้งนักศึกษา , คนทำงาน , แม่บ้าน-เด็กเล็กเลิกเรียน

วัยรุ่นชายสองคน ขึ้นมาพร้อมเฮีย ยืนตรงประตู
ตอนแรกเฮียคิดว่าพวกเขาจะลงที่สถานีหน้า
แต่ปรากฎว่าผ่านไปหลายสถานี
เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น ผู้โดยสารอื่นที่ขึ้น-ลง ต้องเอียงตัวหลบ
ดูเกะกะ ทุลักทุเล โดยไม่จำเป็น
เมื่อรถจอดที่สถานีอนุเสาวรีย์ฯ มีผู้โดยสารทะยอย ลง
เป็นจำนวนมาก
ต่างคน ต่างรีบ เบียดเสียดกันชุลมุน
แม่บ้านคนหนึ่งจูงมือเด็กนักเรียนตัวเล็ก
ยังไม่ทันก้าวพ้นจากตัวรถ
ประตูก็เลื่อนปิด หนีบตัวเด็กจนร้องเสียงดัง
ก่อนที่จะหลุดพ้นออกไป

เฮียมองหน้าวัยรุ่นที่ยืนตรงประตูนั้น
แล้วส่งคำถามด้วยสายตา ว่า
ตอนที่ประตูกำลังจะปิด ทำไมมรึงไม่เอาเท้ายันไว้ ซักหน่อย
อย่างน้อย ก็ช่วยลดแรงกระแทกต่อเด็ก
หรือไม่งั้น มรึงก็ควรไปยืนให้ห่างจากทางออก เพื่อเปิดทางให้คนอื่น
ขึ้น-ลง ได้สะดวก ทันเวลาก่อนประตูรถปิด
” น้องยืนตรงนั้น มันขวางทางคนอื่นนะครับ ” เฮียพูดออกมา
เพราะคิดว่าเขาคงไม่เข้าใจสายตาของเฮีย
พวกเขามองหน้าเฮียอย่างไร้อารมณ์ หันไปซุบซิบกันเอง
แล้วเบือนหนี
ส่วนผู้โดยสารคนอื่น ไม่มีปฏิกิริยาใด ใด
ต่างคน ต่างนั่งก้มหน้า มองเท้าตัวเอง
มีบางคนหันมามองเฮียแบบ งง งง , บางคนมองออกนอกหน้าต่าง
ไม่มีใครเป็นทุกข์กับประตูที่หนีบเด็ก
ไม่มีใครเป็นไข้ตัวร้อนเพราะวัยรุ่นที่ยืนเกะกะ
หรือนี่เป็นภาพที่พวกเขาชินตา
ประตูรถไฟฟ้าอาจจะหนีบเด็กทุกวัน และ ตู้ขบวนไหนก็มีคนยืน
ออเต็มประตูเป็นเรื่องปกติ
เพราะรถมันแน่น จะให้ทำไง ??

ความจริงเฮียก็ไม่น่าเดือดร้อนอะไร
เด็กนั่นไม่ใช่ลูกในไส้ของเฮีย
ส่วนพวกที่ยืนออที่ประตูนั้น ก็ไม่ได้มายืนเหยียบ
กระดูกไขสันหลังของเฮีย

นาทีนั้น เฮียรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลก
ชาที่ใบหน้า บอกไม่ถูกว่าโกรธเด็กวัยรุ่น
หรือ อาย ผู้โดยสารเหล่านั้น

เฮีย ลงจากรถที่สถานีถัดไป ทั้งที่ยังไม่ถึงจุดหมาย
ยืนเหม่อคิดไปเรื่อยเปื่อย มองดูผู้คน รถรา ตึกสูง จากบนชานชลา
พยายามทำความเข้าใจกับผู้คนร่วมเส้นทาง ที่ไม่ยินดี ยินร้าย
ในเรื่องที่ไม่กระทบต่อชีวิต หรือ ทรัพย์สินของตน
พยายามเข้าใจเด็กวัยรุ่น ที่ ไม่มีวิจารณญาณในสิ่งที่ควร-ไม่ควร
ไม่มีสัญชาตญาณในการช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่เรื่องเล็กน้อย
เฮียคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะชินชากับเรื่องเหล่านี้
ไม่อีกที ก็หนีไปอยู่ที่อื่น

เฮียค่อย ค่อย ก้าวลงจากสถานี
(( ถ้าเดินไม่ดี อาจตกลงมาแขน ขา หัก // สูงเป็นบ้า
รถไฟฟ้าบริษัทนี้ ))
ที่เชิงบันได มีนักศึกษากลุ่มใหญ่ถือกล่องกระดาษ
ตะโกนร้องเชิญชวนบริจาคเงินเพื่อเป็นทุน ออกค่ายพัฒนาชนบท
รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ได้เห็นเยาวชน ส่วนหนึ่ง
ที่ยังมีความพยายามช่วยเหลือสังคม
เฮียควักธนบัตรหย่อนลงไปสอง-สามใบ
ก่อนจะพูดเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ให้เขาพอได้ยิน ว่า
” น้องควรจะยืนห่าง ห่าง บันไดหน่อยนะครับ คนอื่นมันเดินลำบาก ”
แล้วเฮียก็ก้าวขึ้นแท็กซี่ โดยไม่หันกลับไปมองอีก

สวัสดี

5 ข้อความ »

  1. จริงครับเฮีย

    ไม่รู้จะบ่นยังไง ในใจคิดว่า เดี๋ยวนี้คนแม่ง ไม่ใส่ใจกันมาขึ้นยังไงก็ไม่รู้

    คนมันไร้หัวใจกันไปหมดแล้วรึเปล่า

    พูดถึงเรื่องแบ่งปัน อบากเล่าเรื่องนึงให้เฮียฟัง

    เมื่อเร็วๆนี้

    ผมให้เงินชายคนหนึ่ง แกแต่งชุดลิเก เดินถือแก้วน้ำขอเศษเหรียญ อยู่จตุจักร

    แกพูดอะไรซักอย่าง เหมือนจะเอาเงินไปช่วยเด็ก หรือไงนี่แหล่ะ

    ผมก็ไม่ทันได้ฟังหรอก ก็ให้เหรียญไป เท่าที่จะพอมีตามฐานันดรอันต่ำต้อย

    แกก้มลงกราบ พร้อมกับอวยพร ยาว ย๊าว ยาว ยาวมาก

    ลูกค้าในร้านผมก็ให้เงิน ……..คำอวยพร ยาวกว่าเดิม ทวีคูณ

    ผมไม่ค่อยได้ฟังคำอวยพรแก เพราะกลัวว่าจะคุ้มมากว่า เงินที่ให้แกไป

    แต่จำคำเดียวที่แกบ่นได้ว่า เดินมา 3-40 ร้าน แล้วไม่มีใครให้เลย

    แกเริ่มตาแดง จะร้องไห้ และยังอวยพรไม่หยุด จนคนเดินผ่านหน้าร้าน ทำหน้าแปลกๆ

    ลูกค้าผมหันมาถาม…….”พี่ให้กี่บาท”

    “5 บาทเองครับน้อง”……ผมตอบ

    แล้วน้องอ่ะ………..”ผมให้ 10 บาทอ่ะพี่”

    “อืออ…..งั้นน้องตั้งใจฟังเหอะ พี่ว่า วรรคนี้ ของน้องแล้วหล่ะ”

    ก่อนแกจะเดินจากไป ใช้เวลาอวยพร ร่วม 10 นาทีได้

    สงสัยแค่ทำไม ไม่ค่อยมีคนให้เงินแก…….หรือว่าแกอวยพรยาวไป เฮียว่ามั๊ยครับ ?

    Comment by aFRoNoN — May 24, 2008 @ 8:28 pm

  2. อย่างที่เค้าว่าแหละ..เฮีย..ยิ่งความเจริญทางวัตถุมาก ความเจริญทางด้านจิตใจก็ยิ่งแย่ลง ก็เพราะความเจริญทางวัตถุมันทำให้ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อความอยู่รอดในการดำรงค์ชีพ ไม่มีใครคอยมาเห็นใจ เมตาธรรมคนอื่นหรอก มันเป็นงี้ทุกแห่งในโลกไม่เว้นแต่อเมริกาที่เฮียอยู่ตอนนี้เทียบกับ 25 ปีก่อนคนที่เมกาก็มีน้ำใจผิดกันกับเดี๋ยวนี้ ระเบียบวินัยก็แย่กว่าสมัยก่อนเยอะ เอาแค่การขับรถก็พอ แค่เปิดสัญณานไฟเลี้ยวตอนจะเลี้ยวรถ ผมเคยลองจอดรถแล้วนั่งดูกว่า 2 ช.ม. ดูแล้วคนเปิดสัญณานไฟเลี้ยวไม่ถึงครึ่ง แถมบางคนป้ายหยุดก็ไม่หยุดขับรถต่อไปเฉยเลย เดี๋ยวนี้เมกาก็เปลี่ยนไปเยอะ

    ขออภัยที่บ่นยาวเลย คนแก่ก็งี้แหละ ต่อไป..เฮียก็จะเป็นงี้แหละ หุหุ

    Comment by KY_2003 — May 26, 2008 @ 10:38 am

  3. แล้วเฮียกะพี่เควายใครแก่กว่ากัน เอิ๊ก :-P

    Comment by ม่วนใจ๋ — May 27, 2008 @ 3:59 am

  4. หลาน ม่วนใจ๋ ทายดูดิ

    แค่นี้ก็คงรู้แล้วนะ :D

    Comment by KY_2003 — May 28, 2008 @ 2:16 pm

  5. ไม่ใช่คนเมืองกรุง
    แต่เมื่อไหร่ที่มีธุระปะปังได้ไป ณ เมืองหลวงแห่งสยาม
    ก็มีความเห็นเยี่ยงนั้นแหละ
    คนไม่สนใจกัน
    ไม่ใส่ใจ
    ตัวกู ของกู
    ไม่เดือดร้อน
    ไม่ใช่เรื่องของฉัน
    เห็นแบบนี้ จนชินตา
    ไม่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น
    แต่
    เห็นบ่อยก็เริ่มปลงแล้วค่ะ
    มันเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
    เป็นภัยเงียบในบ้านเรือน(ไม่ใช่โคนายาฆ่าแมงสาบนะคะ)
    ไม่ใช่แค่เมืองใหญ่ ตอนนี้มันลามมาไกลกว่าที่คนไทยจะรู้ตัวซะแล้ว
    .
    .
    .
    หละมั้งคะ
    (สวัสดี)

    Comment by เด็กหญิงอิง — August 17, 2008 @ 8:01 am

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment