” ฉางเอ๋อ ” เทพธิดาจันทรา

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 8:27 am

วิรุฬฯ พบ ประชาชน // ” ฉางเอ๋อ ” เทพธิดาจันทรา :

- ขอให้โสดทีเถอะ

หกโมงเย็น เป็นต้องมาทุกวัน มีหนุ่มล่ำสัน ตามมาห่าง ห่าง
พี่ชายหรือว่าแฟนเคียงข้าง ท่าทาง สำอางค์ สำรวย
เจอะหน้าเฮีย คุยไม่นานแล้วไป ดูเหมือนเกรงใจคนที่มาด้วย
บางทีซื้อทั้งนม ทั้งกล้วย แล้วหนุ่มมาดรวย เขาก็ช่วยถือไป

อยากทราบว่าชายคนนั้น เขาเป็นแฟนกัน หรือว่าเป็นใคร ??
ถ้าเป็นแฟน เฮียก็ขอโทษ แต่ถ้าเธอโสด เฮียก็ดีใจ
เพราะไม่อยากแย่งของรักใคร ให้เจ้าของเขาต้องหัวหมุน

ก่อนจากกัน เธอยังหันมองตา ทำเอาซู่ซ่า เลือดฉีดหน้าจนอุ่น
ใกล้เธอแล้วใจเฮียว้าวุ่น เจ้าพระคู๊ณณณณ ขอให้โสดทีเหอะ

- วิรุฬฯ ตอบจดหมาย

From: “Eom win” wineak@hotmail.com
To: “เฮียวิรุฬฯ” viroonforsale@yahoo.com
[Eom - Blue Jazz - Day] —->Sender

หวัดดีครับเฮีย….
ไม่มีไรมากครับวันนี้มาถึงที่ทำงานเช้าไปหน่อยเลยว่างๆ
จริงๆอยากลาอยู่บ้านเพราะไม่สบาย
วันก่อนนึกเรื่องตลกๆออกว่าจะเล่าให้ฟัง
ตอนนี้ดันลืมเอาไว้วันหลังแล้วกันนะครับ

ผมเข้าใจถูกปะว่าเฮียทำร้านอาหารอยู่ที่อเมริกา
ถ้าถูกขอถามต่อเลย เฮียชอบงานที่ทำปะ ถามจริงๆจังๆ
อยากรู้ว่าคนทั่วไปเขาทำงานที่ชอบกันหรือไม่มีทางเลือกเลยต้องทำ
(ไม่ต้องซีเรียสครับ ตอบเล่นๆมาก็ได้แต่ขอเรื่องจริง 555+)

ผมนี่เช้าๆนี่รู้สึกขี้เกียจมากเหมือนจะไม่ชอบงานที่ทำเลย
แต่จริงๆเราเลือกงานเองแหละแต่สภาพแวดล้อมที่ทำงานพาไปมั้ง
แต่เช้าบางวันเปิดมาอ่านเรื่องขำๆของกระทู้ที่เฮียตั้งก็โอเคนะ
ขำๆก่อนทำงาน

เอาไว้คุยกันต่อวันหลังแล้วกันครับเฮีย // wineak.

- ตอบ ขอบคุณที่เขียนมาคุย ครวหน้ากรุณาแนบรูปสาว สาว มาด้วย
จะเป็นการดีมาก
หรือจะเป็นคลิพที่เธอแอบถ่ายแฟนเก่า ก็ไม่เลว
ถามว่า >> เฮียชอบงานที่ทำปะ , อยากรู้ว่าคนทั่วไปเขาทำงานที่ชอบกัน
หรือไม่มีทางเลือกเลยต้องทำ

สำหรับเฮีย การทำงานเป็นเรื่องความจำเป็นของชืวิต ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
ไม่เต็มใจทำก็ต้องจำใจทน
ไม่มีงาน = ไม่มีเงิน // ไม่เจริญ ไม่พัฒนา
อาชีพของเฮีย >> หลังสู้ฟ้า หน้าสู้หม้อ
เฮียทำร้านอาหารมาสิบเจ็ดปี อยู่กับหม้อ - กระทะ - ตะหลิว จนชิน
วันไหนไม่ได้เห็นหม้อ จะรู้สึกซึมเซา เหงาเหมือนไก่ป่วย
เฮียชอบงานที่ทำไหม ?? คำตอบคือ ชอบ
ไม่ใช่เพราะเฮียอยากจูบ ลูบ คลำหม้อ แต่เพราะว่าร้านนี้มันเป็นของเฮีย
ไม่ชอบก็ไม่รู้จะทำยังไง เผาทิ้งก็ไม่ได้
ถ้าถามว่า เบื่อบ้างไหม ?? เฮียก็ตอบตามตรง ว่า เบื่อบ้างเป็นบางอารมณ์
บางวันก็มีขี้เกียจ เป็นธรรมดา
แต่เมื่อนึกถึงผลประโยชน์ตอบแทน ก็พอทำให้มีแรง และ หายเบื่อได้บ้าง

เบื่อ + ขี้เกียจ เป็นอาการของคนทำงานทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก
ขนาดนายกฯยังขี้เกียจตอบถามนักข่าว เรื่องรู้เห็นให้ทักษิณหนีไปอังกฤษ
เฮียเคยถามเพื่อนที่เป็นหมอสูตินรีเวช ว่า เคยนึกเบื่อจิ๋มไม๊ มันยังบอกเบื่อ
ทุกวันนี้มันไม่กินหอยแครงลวกเลย
อาการที่เกิดกับเธอ ก็เข้าข่ายเดียวกันกับบุคคลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หวังว่าเช้านี้เมื่อเธอได้อ่านกระทู้ของเฮียแล้ว
คงทำให้เธอหายเบื่อได้บ้าง ไม่มาก ก็ มาก
และเฮียขอให้เธอหายขี้เกียจ ก่อนที่จะถูกไล่ออกจากงาน

- เฮียขาหนูเหงา ทำไงดีคะ // จาก หนีแม่ มาเมล์หา
ตอบ เอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟไปพลาง พลาง ก่อน เฮียยังไม่ว่าง

- วิรุฬฯ ตอบกระทู้

มือใหม่มากๆๆ ค่ะ อยากทราบว่า ในการถ่ายรูปในผับและถ่ายรูปดีเจ
ต้องทำอย่างไงบ้างค่ะ
มือใหม่มากๆๆค่ะ ขอบคุณค่ะ // angle_kiddo [21/08/08 23:30]

วิธีการ มีดังนี้ ;
- แต่งตัวให้เริ่ด เปรี้ยวจี๊ด สั้นจู๋
มีอึ๋มส์ = โชว์อึ๋มส์ , มีน้อย = เก็บมิดชิด อย่าโชว์
- รอจนมืด , พก กล้องหนึ่งตัว
มุ่งหน้าสู่สถานบันเทิง อย่าว่อกแว่ก
ถ้าแม่ถามว่าไปไหน ให้ตอบว่าไปซื้อน้ำเต้าหู้แถวทองหล่อ
- เข้าไปในผับ อย่าupยา ถ้าเพื่อนชวน บอกมันว่า อิ่ม มาจากบ้านแล้ว
- ดิ้นให้กระจาย เอาให้หอบแฮ่ก
- ตีหนึ่งผับเลิก , นั่งรอให้คน ทยอย ออก จนหมด
พอเค้าเปิดไปสว่าง เราก็ถ่ายมันซะ

เคล็ดลับ ;
- เลือกผับที่ไฮโซ นิดนึง
อย่าไปผับแถวสพานควาย อันนั้นมันเหมาะกับชาว’มอไซค์วิน
- อย่าเหยียบเท้าคนที่หน้าตาคล้ายลูกเฉลิม
ถ้าเขาถามว่า รู้ไม๊กรูลูกใคร ?? ให้ตอบอย่างสุภาพ ว่า
ดิฉันไม่ได้ไปแอบดูคุณพ่อคุณตอนทำสัปดน ค่ะ
- อย่าเมามาก จนไม่รู้ตัว
ไม่อย่างนั้นนอกจากจะไม่ได้รูปที่ต้องการแล้ว
อาจรู้สึกตัวตื่นในที่ที่ไม่คุ้นเคย และกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง
- จำไว้ให้ดี ว่า
” อยู่ในผับมีแต่คน ล๊อ-หล่อ ” - ” ออกมาจากผับ มีแต่หน้า มอ มอ ”

ขอให้เธอโชคดี
จาก เฮียวิรุฬฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเที่ยวผับ และ ผั่บ ผั่บ

- ฉางเอ๋อ // เทพธิดาจันทรา

กาลครั้งนั้น โลกเรามีดวงอาทิตย์บนฟ้าอยู่ถึงสิบดวง
แต่ละดวงส่องแสงยิ่งกว่า พรศักดิ์
ร้อนแดดแผดเผา ผู้คนทุกข์ร้อนไม่มีที่หลบซ่อนอาศัย
ทั่วแคว้นเป็นแผ่นดินเพลิง ระอุทุกหย่อมหญ้า - แม่น้ำแห้งเหือด
ภูเขาถล่ม หินแตก แยกแผ่นดิน

“ โฮ่วอี้ ” โผล่มาจากไหน ไม่มีใครทันสังเกตุ
ชาวบ้านลือกันให้แซ่ด ว่า เป็นผู้ที่มีฝีมือในการยิงธนูแม่นยำอย่างอัศจรรย์
แกโชว์ pow อวดสาวด้วยการยิงธนูขึ้นสู่ฟ้าเพียงดอกเดียว
ก็สอยดวงอาทิตย์ร่วงถึงเก้าดวง โอเวอร์พอ พอ กับ จา พนม

บัดนั้น โลกเหลือดวงอาทิตย์เพียงหนึ่ง ความร่มเย็นบังเกิด
บ้านเมืองสงบ , น้ำมันลดราคา , พนักงานรถร่วมฯสุภาพ - มารยาทดี
ประชาชีสุขเกษม
ทุกคนพร้อมใจยกย่องให้เขาเป็นกษัตริย์ ปกครองประเทศ

โฮ่วอี้ เมื่อได้ขึ้นเถลิงราชฯ ก็ลุ่มหลงในสุรา - นารี และ CD เถื่อน
กลายเป็นกษัตริย์บ้าอำนาจ รังแกเข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้สติ
ราษฎรโกรธแค้น-ชิงชัง ก่อม็อบขับไล่แถวเชิงสะพาน บางส่วนก็ยกพวกตีกัน
หัวร้างข้างแตก วุ่นวายทั่วเมือง
เมื่อรู้ตัวว่าคงจะอยู่เป็นสุขเช่นนี้ได้อีกไม่นาน เขาจึงเดินทางไปที่ภูเขาคุนหลุน
หลอกล่อ เอาอายุวัฒนะจากเจ้าแม่ หวังมู่
กะว่ากินแล้วจะเป็นอมตะนิรันดร์กาล เหมือนเทปเพลงค่ายนิธิทัศน์ โปรโมชั่น

ฉางเอ๋อ ผู้เป็นภรรยาหวั่นว่า ถ้าสามีของนางอายุยืนนานไม่มีวันตายเช่นนี้
จักนำความเดือดร้อนมาสู่ราษฎรเป็นแน่
นางจึงตัดสินใจ ขโมย ยาอายุวัฒนะนั้นมากินเสียเอง
ซด อึก อึก แป๊บเดียวหมดขวด
ฉับพลับ ร่างของนางก็ลอยละลิ่ว เหิร ขึ้นสู่ดวงจันทร์ สถิตย์อยู่บนนั้นตลอดมา

ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
ชาวจีนทั่วปฐพีพร้อมใจเซ่นไหว้นาง จุดธูปเทียน ถวายขนมคาว - หวาน ด้วยความระลึกถึง
เรียกประเพณีนี้ว่า ” เทศกาลไหว้พระจันทร์ ”

จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า
แก้วแหวน ช้างม้า มีค่าทั้งหลาย
เฮียไม่เอา ไม่หวังอะไร
สิ่งเดียว เท่านั้นที่อยากได้
โปรดช่วย ปกป้อง ผู้เป็นดวงใจ

จันทร์จ๋า เฮียขอได้ไหม ??

..
..

สวัสดี

เป่ย จิง ฮั่ว อิง หนี่

หมวด: วิรุฬพบปะประชาขน, เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 1:47 pm

วิรุฬฯ พบ ประชาชน

- เป่ย จิง ฮั่ว อิง หนี

โอลิมปิค ซัมเมอร์เกมส์ 2008 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยการแสดงอันอัศจรรย์ อลังการ ตระการตา
ภายใต้การควบคุมของผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง แห่งสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน ที่เรารู้จักกันดี >> จาง อี้ โหม่ว
สะกดผู้ชมเรือนแสนในสนามกีฬารังนก กลางกรุงปักกิ่ง และ อีกนับพันล้านทั่วโลก
ให้หยุดหายใจ ไม่กระพริบตา ไปชั่วขณะ

ภาพ ” หลี่ หนิง ” อดีตนักกีฬาเหรียญทองของจีน ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ
แล้ววิ่งรอบขอบหลังคาสนาม จุดไฟโอลิมปิคเพื่อเปิดพิธี
ทำเอาฝรั่งร้อง โอ้โห โอ มายก้อด !!
ส่วนเหล่านางอัปสรในการแสดงชุด เหมยฮัว ก็ทำเอาเฮียอ้าปากค้าง น้ำลายไหลย้อย
เปื้อนไปถึงคาง

จาง อี้ โหม่ว สร้างผลงานระดับโลกครั้งนี้ ด้วยประสพการณ์การกำกับภาพยนตร์
การแสดงวันนั้นเป็นการรวบรวมฉากสำคัญจากหนังสร้างชื่อ ของเขา
เราจึงเห็น ;
- ฉากเหาะเหิร ลอยตัว ด้วยกำลังภายใน (( House of Flying Daggers ))
- ฉากกองทัพทหาร ลั่น กลองรบ (( HERO ))
และ มุมกล้อง ฉวัดเฉวียน เร้าใจ ตลอดการถ่ายทอดสด

เฮียดูแล้วคิดเลยเถิดต่อไปว่า ถ้าเปลี่ยนตัวผู้กำกับ เป็น จอห์น วู
เราคงได้เห็นนักแสดงนับพันใส่แว่นดำ สวมโอเวอร์โค้ท ยาว คลุมถึงหน้าแข้ง
กวัดแกว่งปืนสั้นสองกระบอก เดินสโลว์โมชั่นเข้ามาในสนาม ไล่ยิงกันอุตลุต
โดยมีนกพิราบสีขาว ฝูงใหญ่ กระพือปีกบินแตกฝูงอย่างตกใจเป็นฉากหลัง
และมีเสียงร้องโอเป-ร่า เป็นดนตรีประกอบ
แต่ถ้าเมื่อไหร่ประเทศญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพ เฮียก็หวังว่าคณะผู้จัดคงไม่ว่าจ้างให้
” อาซุจิ น่าม่อจัง ” ผู้กำกับหนังAVชื่อดัง มาเป็นผู้ควบคุมพิธีเปิด
ไม่เช่นนั้นนักกีฬาทั่วโลกอาจตาค้าง หัวใจวาย กับการแสดงของ ” อาโออิ ” และ ” มิยาบิ ”
และ ถ้าเจ้าภาพใช้นักแสดงสาวแต่งตัวแบบในหนังพรรค์นั้น มาเป็นกองเชียร์
เฮียก็คิดว่านักกีฬาชายประเภทยิมนาสติค - ว่ายน้ำ ที่ใส่ชุดรัด รัด
คงแข่งขันกันด้วยความยากลำบาก เพราะเกะกะเป้ากางเกง

- - ได้มาจากเวบสัปดน // วิธีแก้แค้นผี

• ถ้า อยู่ดีๆได้ยินเสียงเพลงไทยเดิม ให้เอา ipod มา เปิด hip hop ฟัง
• ถ้ากลัวจะมีใครมายืนอยู่ปลายเตียง ก็ให้นอนเอาหัวมาไว้ปลายเตียง (ดูซิ จะไปยืนไหน)
• ถ้าอยู่ ดีๆ ได้ยินเสียงเด็กหรือผู้หญิงร้องไห้ ให้ลุกขึ้นมาปลอบใจผี
• ถ้าผีมาขอส่วนบุญ ให้ถามว่าสามารถ โอนเข้าบัญชีได้ที่วัดไหน สาขาอะไร รับบัตรเครดิตหรือเปล่า?
• ถ้าอยู่ดีๆภาพหน้าตัวเองในกระจกเป็นหน้าผี อย่าตกใจ ให้รีบหาสีเมจิกมา 1แท่ง แล้วเติมหนวดลงไปในกระจก
• ถ้าถ่ายรูป แล้วติดผี ให้นำหน้าผีไปตัดต่อกับภาพโป๊ ผีจะอายไม่กล้ามาหลอกอีก
• ถ้าเพื่อนโดนผีเข้า ให้เมินมันแล้วไปนอน พอไม่มีใคร สนใจผีก็จะเซ็งออกไปเอง
• อย่านอนเตียงที่มีใต้เตียงโล่ง ถ้า กลัวมากๆก็ให้ไปนอนใต้เตียงแทน ปล่อยผีนอนบนเตียงไป
• ถ้ากลัวผีช่องแอร์ให้เปิดหน้าต่างนอน ให้กระสือมาหลอกแทน
• ถ้ากลัวไฟปิดเปิดเองได้ ให้ถอดหลอดไฟออกทุกดวง เช่น เดียวกับก๊อกน้ำเปิดเอง ก็ให้เปิดมันทิ้งไว้
• ถ้าอยู่ดีๆได้กลิ่นธูป ให้คว้าการบูนมาดม
• ถ้ามีเงาอะไรผ่าน หน้าต่างไป ให้ไปยืนแถวๆหน้าต่าง ทำเงาผ่านย้อนไปบ้าง
• ถ้าผีจะตามกลับไปอยู่ที่บ้าน บอกให้ผีไปทำเรื่องย้ายชื่อเข้าทะเบียน บ้านในฐานะผู้อยู่อาศัยให้ถูกต้องตามกฏหมายเสียก่อน
• ถ้าไปแถวพัทยา อย่าลืม เอา Dict ไปด้วย เพราะอาจเจอผีฝรั่ง
• ถ้าเปิดทีวีแล้วเจอภาพบ่อน้ำ ให้เอาทีวีไปวางบนขอบ ระเบียง (ในกรณีที่เป็นชั้น 3 ขึ้นไป)
ผีที่คลานออกมาจากทีวีจะตกระเบียงตายเอง
• ถ้าอยู่ดีๆน้ำฝักบัวที่ อาบกลายเป็นเลือด ให้เอาถุงมารอง แล้วนำเลือดไปขายตามโรงพยาบาล
• ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับผีในตู้เสื้อผ้า เขียนป้ายแปะไว้ ว่า ‘ที่หมานอน’
• ถ้ากลัวผีนั่งทับตัวกลางดึก ให้ นอนคว่ำหน้า (ถ้าคิดว่าจะหายใจไม่ออก ให้ใส่ถังสกูบ้า นอน)
หลังจากนี้ต่อให้ผีมานั่งทับก็จะไม่อึดอัด แถมยังสบายตัวคล้ายนวดกดจุด
• ถ้ากลัวผีในลิฟท์ ให้ยกของหนักๆไปด้วย ผีจะ ตามมาด้วยไม่ได้เพราะน้ำหนักจะเกิน
• ถ้าคุณเริ่มเอะใจว่าผู้หญิงที่โบกรถมากับคุณจะเป็นผี หรือเปล่า ให้เรียกเก็บ ค่าโดยสาร

..
..

สวัสดี

วิรุฬฯ แก้ขัด

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 12:40 pm

วิรุฬฯ ขัดตาทัพ // นาฏกรรมเมืองหลวง :

ช่วงนี้เฮียมีปัญหาสุขภาพเล็กน้อย ไม่ค่อยสบาย
ประกอบกับปัญหาอื่นเล็ก เล็ก น้อย น้อย โดยรวม
ทำให้ไม่มีเวลาในการเขียนเรื่องใหม่
จึงใคร่ขอแก้ขัดด้วยการ คัดลอก เรื่องสั้น ของ นักเขียนอาวุโสที่เฮียเป็นแฟนประจำ
มาให้อ่านเล่นกันไปพลางก่อน สัก สอง-สามเรื่อง
อาจเป็นเรื่องไม่ลามก ตลกหัวหก ก้นขวิด แบบของเฮียที่เธอคุ้นเคย
แต่คิดว่าคงพอแก้ให้หายคิดถึงกัน

รักทุกคน

เฮียวิรุฬฯ
..
..

” นัยน์ตาทิพย์”

ทิพย์มีคุณวุฒิพิเศษคือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าซึ่งจะเกิดแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เช่น
เมื่ออายุราว 10 ขวบ เพื่อนของพี่สาวมาพูดคุยธุระกัน ทิพย์เห็นหน้าเพื่อนพี่ก็รู้ทันทีว่า
คนนี้ออกจากบ้านเขาแล้วจะไปตาย แต่ไม่กล้าบอกใครอีก เพราะก่อนหน้านั้นเขารู้ว่า
เมียคนขายลูกชิ้นเนื้อวัวในตลาดข้างโรงหนังใกล้บ้านจะตายจึงรีบบอกคนขายลูกชิ้นซึ่งไม่เชื่อ
อีกไม่กี่วันเมียแกผูกคอตายจริง คนขายลูกชิ้นหาว่าทิพย์เป็นเด็กผีแช่งเมียของเขา
มีการสอบสวนกันใหญ่โต ทิพย์ต้องโกหกว่าเขาฝันไป

เขาไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไร เพราะรู้ขึ้นเองในใจ มิใช่เห็นหรือได้ยิน

เมื่อทิพย์อายุ 17 ปี เขาอยู่คนเดียว พ่อตายหลังจากที่แม่ตายก่อนแล้วตั้ง 12 ปี
เขารวบรวมเงินเผาศพได้แล้วก็บอกสัปเหร่อซึ่งเป็นน้าชายที่วัดใกล้บ้านให้ช่วยจัดการ
แต่เขารู้ว่าน้ายากจนจึงบอกว่าเมื่อคืนฝันว่าแม่มาบอกให้น้าเล่นหวยจะถูก
น้าถามว่าเลขอะไร ข้างบนหรือข้างล่าง เขาก็ไม่รู้ แต่น้าซื้อก็ถูกรางวัลที่ 5
ได้เงินหลายพัน จึงทำศพให้พ่อแม่ของทิพย์ซึ่งเป็นพี่สาวพี่เขยอย่างเต็มที่
ท่านสมภารก็ช่วยออกเงินถวายพระให้

การที่ทิพย์ไม่รู้ว่าหวยจะออกอะไร ทำให้ชาวบ้านไม่นับถือ
จึงมีแต่คนที่เจอเขาแล้วถามว่าจะถูกหวยบ้างหรือยัง ทิพย์ก็มองหน้าผู้ถาม
ถ้ารู้ว่าถูกก็จะบอกว่าถูก ถ้าไม่รู้ก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ อาจารย์ให้หวยต้องบอกเลขได้ตรงเผง
แม้จะต้องกลับหน้ากลับหลังหรือบวกลบก็ยังเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์
เขาเคยมองดูหน้าตัวเองในกระจกเงาก็ไม่รู้ว่าจะถูกหรือไม่ เขาจึงไม่เล่นหวย

เมื่อเขาไปรับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ รู้สึกกลัว
แต่เขาหลับตาจับใบดำใบแดง ได้ใบดำจึงไม่ถูกเกณฑ์

เขาเข้างานที่ร้านทำกระเป๋านักเรียน เข็มขัด และสายนาฬิกาข้อมือ ซึ่งมีลูกจ้าง 10 คน
ตอนนั้นการทำเข็มขัดหนังมีการออกแบบให้ต้องรสนิยมชนวัยรุ่น มีร้านเครื่องหนังที่เป็นคู่แข่ง
อย่างดุร้ายแก่กัน 2 ร้าน แต่เฮียไก่นายจ้างของเขาไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร
คนจีนเรียกว่าเหลาซิด ทิพย์นึกว่าแปลว่าคนแก่เพราะมีคำว่าเหลา จึงเรียกเฮียไก่ว่าเฮียแก่
แกจึงพาไปกินหมูสะเต๊ะมื้อเที่ยงที่แถวเซียงกง ขณะที่กินก็อธิบายคำแปลของเหลาซิดให้ฟัง
และสอนว่าอะไรที่เราไม่รู้ก็อย่าพูด

เฮียเล่าว่าครั้งหนึ่งมีการออกอากาศคำอวยพรในวันตรุษจีนเป็นภาษาแต้จิ๋ว
ผู้ฟังโทรศัพท์ขอให้อวยพรเป็นภาษากวางตุ้งบ้าง ผู้ประกาศก็ยินดีประกาศให้โดย
จดจากคำบอกของผู้นั้น ได้อ่านทบทวนจนผู้ที่ขอให้ออกอากาศรับรองว่าใกล้เคียงมาก
พอถึงจังหวะที่จะออกอากาศได้จึงอ่านออกอากาศไปโดยซื่อ
แล้วจับไข้ไปหลายวัน…เกือบตาย

วันหนึ่งการแย่งลูกค้ากันดำเนินไปอย่างทรหด มีผู้ขว้างขวดสุราบรรจุปัสสาวะเข้ามาในร้าน
ลูกจ้างต้องอาบน้ำและนุ่งผ้าขาวม้าทำงาน 3 คน โดยผลัดเสื้อผ้าให้คนใช้ของเฮียนำไปซัก
ไม่มีใครตกใจ เว้นแต่คนหนึ่งออกไปร้องด่าท้าทายหน้าร้าน
โดยไม่หวั่นเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น

ทิพย์รู้สึกว่าเหตุการณ์จะบานปลายออกไปอีก เพราะเจ้าของร้านคู่แข่งขันเป็นหนุ่ม
เตี่ยเพิ่งตาย ได้รับมรดกใหม่ๆ ในฐานะบุตรคนโต แม่ก็แก่และกลัวลูกผัวมาตลอดชีวิต
จึงออกจากบ้านไปหาพี่น้องที่เยาวราชหรือตลาดเก่าทรงวาด สำเพ็ง แห่งใดแห่งหนึ่ง
แล้วไม่กลับมาอีก

วันหนึ่ง ขณะนั่งกินข้าวต้มมื้อเที่ยงในร้าน ทิพย์มองหน้าเฮียไก่นายจ้างที่เขาเคารพรักเหมือนพี่ชาย
แล้วรู้สึกว่ากำลังมีคนคิดฆ่า จึงพูดขึ้นในโต๊ะอาหารได้ยินกันทุกคน
แต่เฮียไม่เชื่อเพราะร้านอยู่ใกล้โรงพัก ถ้าบุกมาในร้านคงยิงได้นัดเดียวอาจไม่ถูกใคร
แต่จะถูกมีดปาดหนังปาดคอหอยเสียก่อน

คำพูดที่เขาบอกเฮียที่โต๊ะอาหารวันนั้น ล่องลอยไปถึงหูศัตรูของเฮียอย่างน่าพิศวง
ทิพย์ไม่รู้เพราะประมาทเกินไป นึกว่าเพื่อนทุกคนรักและซื่อต่อเฮีย เมื่อทิพย์สังหรณ์ว่า
เรื่องที่เขาพูดบนโต๊ะอาหารจะรั่วไหลก็มองหน้าเพื่อนๆ เพื่อตรวจดูว่าใครเป็นผู้ไปบอกศัตรูของเฮีย
ก็รู้แต่เพียงว่าทุกคนพูดเรื่องนี้กับแฟน แต่แฟนจะไปพูดกับใครต่อก็ไม่รู้เพราะไม่เห็นหน้า

เฮียพูดกับเมียของเขาว่าทิพย์คงประสาท ชอบพูดเรื่องไม่ดีทำให้มองออกไปทางหน้าร้าน
เห็นศัตรูเต็มไปหมด จะไปไหนสักทีต้องเปลี่ยนรถแท็กซี่สองสามคันเพื่อป้องกันการติดตาม
ของศัตรูผู้ปองร้าย เฮียเกรงว่านานไปจะประสาทรับประทานเฮียด้วยก็ได้
จะให้ออกก็สงสารเพราะงานหายาก ส่วนคนอย่างทิพย์หาเท่าไรเมื่อไรก็ได้

ทิพย์มองหน้าเฮียไก่แล้วใจเสีย รู้ว่าเฮียไม่รักเขาแล้ว ไม่เชื่อถือต่อไป
กลับเห็นเขาเป็นคนพูดจาเลอะเทอะด้วยซ้ำ พูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง

เจ้าของร้านทำเครื่องหนังที่เป็นศัตรูกับเฮียไก่คิดฆ่าเฮียโดยวานเพื่อนมายิงจริง
ครั้นมีคนบอกว่าเฮียไก่รู้ตัวแล้วจึงระงับแผนการไว้ไม่กล้าลงมือเพราะกลัวถูกซ้อนแผน

เช้าวันหนึ่ง ทิพย์แต่งตัวจะไปทำงาน ขณะส่องกระจกหวีผมได้มองหน้าตนเองโดยอัตโนมัติ
นึกว่าถ้ารู้ว่าถูกหวยจะลองเสี่ยงโชคดูสักใบหนึ่ง แต่ไม่มีวี่แววอะไร จึงสวดมนต์ไหว้พระ
แล้วเปิดประตูหน้าบ้าน เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดหน้าบ้าน คนซ้อนท้ายจ้องปืนมาทางเขา
ทันใดนั้นเองก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจสายตรวจมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีตู้แดง
ตำรวจนายหนึ่งลงจากรถจะไปจดบันทึก คนร้ายตกใจหันปากกระบอกปืนไปที่ตำรวจ
ขณะที่กำลังเดินไปที่ตู้แดง

แต่ตำรวจที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์มองชาย 2 คนที่สวมหมวกกันน็อคอยู่แล้ว
พอเห็นปืนในมือคนที่ซ้อนท้ายจึงดึงปืนออกมายิงถูกคนซ้อนท้ายตกรถ
คนขับขี่มอเตอร์ไซค์จึงขับหนีไปด้วยความตกใจ พอเลี้ยวซ้ายปากซอยก็ชนกับรถยนต์ที่เลี้ยวมา
มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปบนหน้าหม้อรถเก๋ง แล่นไปบนหลังคาแล้วตกลงไปล้มอยู่ที่ถนน
คนขี่มอเตอร์ไซค์ร้องขรมเพราะถูกรถทับขาหัก ส่วนมือปืนถูกยิงที่หัวเข่านอนดิ้น

ตำรวจส่งวิทยุบอกพวกให้รีบมาพาคนร้ายไปส่งที่โรงพยาบาล

ทิพย์คิดว่าเขาทำนายเคราะห์ร้ายของผู้ใด ก็ต้องกลายเป็นคนรับเคราะห์แทนผู้นั้น
คิดจะย้ายบ้านหนีก็ไม่มีที่ไป งานใหม่ก็หาไม่ได้ หนทางเดียวที่จะช่วยให้จิตใจสบายขึ้นบ้าง
คือไม่พูดเรื่องของใครๆ อีกต่อไป

หวังว่าวันหนึ่งเขาจะมองหน้าทุกคนได้โดยไม่รู้อนาคตอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

..
..

จบ