วิรุฬฯ แก้ขัด

หมวด: เฮียเล่าเรื่อง โดย เฮีย เมื่อ 12:40 pm

วิรุฬฯ ขัดตาทัพ // นาฏกรรมเมืองหลวง :

ช่วงนี้เฮียมีปัญหาสุขภาพเล็กน้อย ไม่ค่อยสบาย
ประกอบกับปัญหาอื่นเล็ก เล็ก น้อย น้อย โดยรวม
ทำให้ไม่มีเวลาในการเขียนเรื่องใหม่
จึงใคร่ขอแก้ขัดด้วยการ คัดลอก เรื่องสั้น ของ นักเขียนอาวุโสที่เฮียเป็นแฟนประจำ
มาให้อ่านเล่นกันไปพลางก่อน สัก สอง-สามเรื่อง
อาจเป็นเรื่องไม่ลามก ตลกหัวหก ก้นขวิด แบบของเฮียที่เธอคุ้นเคย
แต่คิดว่าคงพอแก้ให้หายคิดถึงกัน

รักทุกคน

เฮียวิรุฬฯ
..
..

” นัยน์ตาทิพย์”

ทิพย์มีคุณวุฒิพิเศษคือรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าซึ่งจะเกิดแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เช่น
เมื่ออายุราว 10 ขวบ เพื่อนของพี่สาวมาพูดคุยธุระกัน ทิพย์เห็นหน้าเพื่อนพี่ก็รู้ทันทีว่า
คนนี้ออกจากบ้านเขาแล้วจะไปตาย แต่ไม่กล้าบอกใครอีก เพราะก่อนหน้านั้นเขารู้ว่า
เมียคนขายลูกชิ้นเนื้อวัวในตลาดข้างโรงหนังใกล้บ้านจะตายจึงรีบบอกคนขายลูกชิ้นซึ่งไม่เชื่อ
อีกไม่กี่วันเมียแกผูกคอตายจริง คนขายลูกชิ้นหาว่าทิพย์เป็นเด็กผีแช่งเมียของเขา
มีการสอบสวนกันใหญ่โต ทิพย์ต้องโกหกว่าเขาฝันไป

เขาไม่รู้ว่ารู้ได้อย่างไร เพราะรู้ขึ้นเองในใจ มิใช่เห็นหรือได้ยิน

เมื่อทิพย์อายุ 17 ปี เขาอยู่คนเดียว พ่อตายหลังจากที่แม่ตายก่อนแล้วตั้ง 12 ปี
เขารวบรวมเงินเผาศพได้แล้วก็บอกสัปเหร่อซึ่งเป็นน้าชายที่วัดใกล้บ้านให้ช่วยจัดการ
แต่เขารู้ว่าน้ายากจนจึงบอกว่าเมื่อคืนฝันว่าแม่มาบอกให้น้าเล่นหวยจะถูก
น้าถามว่าเลขอะไร ข้างบนหรือข้างล่าง เขาก็ไม่รู้ แต่น้าซื้อก็ถูกรางวัลที่ 5
ได้เงินหลายพัน จึงทำศพให้พ่อแม่ของทิพย์ซึ่งเป็นพี่สาวพี่เขยอย่างเต็มที่
ท่านสมภารก็ช่วยออกเงินถวายพระให้

การที่ทิพย์ไม่รู้ว่าหวยจะออกอะไร ทำให้ชาวบ้านไม่นับถือ
จึงมีแต่คนที่เจอเขาแล้วถามว่าจะถูกหวยบ้างหรือยัง ทิพย์ก็มองหน้าผู้ถาม
ถ้ารู้ว่าถูกก็จะบอกว่าถูก ถ้าไม่รู้ก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ อาจารย์ให้หวยต้องบอกเลขได้ตรงเผง
แม้จะต้องกลับหน้ากลับหลังหรือบวกลบก็ยังเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์
เขาเคยมองดูหน้าตัวเองในกระจกเงาก็ไม่รู้ว่าจะถูกหรือไม่ เขาจึงไม่เล่นหวย

เมื่อเขาไปรับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ รู้สึกกลัว
แต่เขาหลับตาจับใบดำใบแดง ได้ใบดำจึงไม่ถูกเกณฑ์

เขาเข้างานที่ร้านทำกระเป๋านักเรียน เข็มขัด และสายนาฬิกาข้อมือ ซึ่งมีลูกจ้าง 10 คน
ตอนนั้นการทำเข็มขัดหนังมีการออกแบบให้ต้องรสนิยมชนวัยรุ่น มีร้านเครื่องหนังที่เป็นคู่แข่ง
อย่างดุร้ายแก่กัน 2 ร้าน แต่เฮียไก่นายจ้างของเขาไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร
คนจีนเรียกว่าเหลาซิด ทิพย์นึกว่าแปลว่าคนแก่เพราะมีคำว่าเหลา จึงเรียกเฮียไก่ว่าเฮียแก่
แกจึงพาไปกินหมูสะเต๊ะมื้อเที่ยงที่แถวเซียงกง ขณะที่กินก็อธิบายคำแปลของเหลาซิดให้ฟัง
และสอนว่าอะไรที่เราไม่รู้ก็อย่าพูด

เฮียเล่าว่าครั้งหนึ่งมีการออกอากาศคำอวยพรในวันตรุษจีนเป็นภาษาแต้จิ๋ว
ผู้ฟังโทรศัพท์ขอให้อวยพรเป็นภาษากวางตุ้งบ้าง ผู้ประกาศก็ยินดีประกาศให้โดย
จดจากคำบอกของผู้นั้น ได้อ่านทบทวนจนผู้ที่ขอให้ออกอากาศรับรองว่าใกล้เคียงมาก
พอถึงจังหวะที่จะออกอากาศได้จึงอ่านออกอากาศไปโดยซื่อ
แล้วจับไข้ไปหลายวัน…เกือบตาย

วันหนึ่งการแย่งลูกค้ากันดำเนินไปอย่างทรหด มีผู้ขว้างขวดสุราบรรจุปัสสาวะเข้ามาในร้าน
ลูกจ้างต้องอาบน้ำและนุ่งผ้าขาวม้าทำงาน 3 คน โดยผลัดเสื้อผ้าให้คนใช้ของเฮียนำไปซัก
ไม่มีใครตกใจ เว้นแต่คนหนึ่งออกไปร้องด่าท้าทายหน้าร้าน
โดยไม่หวั่นเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น

ทิพย์รู้สึกว่าเหตุการณ์จะบานปลายออกไปอีก เพราะเจ้าของร้านคู่แข่งขันเป็นหนุ่ม
เตี่ยเพิ่งตาย ได้รับมรดกใหม่ๆ ในฐานะบุตรคนโต แม่ก็แก่และกลัวลูกผัวมาตลอดชีวิต
จึงออกจากบ้านไปหาพี่น้องที่เยาวราชหรือตลาดเก่าทรงวาด สำเพ็ง แห่งใดแห่งหนึ่ง
แล้วไม่กลับมาอีก

วันหนึ่ง ขณะนั่งกินข้าวต้มมื้อเที่ยงในร้าน ทิพย์มองหน้าเฮียไก่นายจ้างที่เขาเคารพรักเหมือนพี่ชาย
แล้วรู้สึกว่ากำลังมีคนคิดฆ่า จึงพูดขึ้นในโต๊ะอาหารได้ยินกันทุกคน
แต่เฮียไม่เชื่อเพราะร้านอยู่ใกล้โรงพัก ถ้าบุกมาในร้านคงยิงได้นัดเดียวอาจไม่ถูกใคร
แต่จะถูกมีดปาดหนังปาดคอหอยเสียก่อน

คำพูดที่เขาบอกเฮียที่โต๊ะอาหารวันนั้น ล่องลอยไปถึงหูศัตรูของเฮียอย่างน่าพิศวง
ทิพย์ไม่รู้เพราะประมาทเกินไป นึกว่าเพื่อนทุกคนรักและซื่อต่อเฮีย เมื่อทิพย์สังหรณ์ว่า
เรื่องที่เขาพูดบนโต๊ะอาหารจะรั่วไหลก็มองหน้าเพื่อนๆ เพื่อตรวจดูว่าใครเป็นผู้ไปบอกศัตรูของเฮีย
ก็รู้แต่เพียงว่าทุกคนพูดเรื่องนี้กับแฟน แต่แฟนจะไปพูดกับใครต่อก็ไม่รู้เพราะไม่เห็นหน้า

เฮียพูดกับเมียของเขาว่าทิพย์คงประสาท ชอบพูดเรื่องไม่ดีทำให้มองออกไปทางหน้าร้าน
เห็นศัตรูเต็มไปหมด จะไปไหนสักทีต้องเปลี่ยนรถแท็กซี่สองสามคันเพื่อป้องกันการติดตาม
ของศัตรูผู้ปองร้าย เฮียเกรงว่านานไปจะประสาทรับประทานเฮียด้วยก็ได้
จะให้ออกก็สงสารเพราะงานหายาก ส่วนคนอย่างทิพย์หาเท่าไรเมื่อไรก็ได้

ทิพย์มองหน้าเฮียไก่แล้วใจเสีย รู้ว่าเฮียไม่รักเขาแล้ว ไม่เชื่อถือต่อไป
กลับเห็นเขาเป็นคนพูดจาเลอะเทอะด้วยซ้ำ พูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง

เจ้าของร้านทำเครื่องหนังที่เป็นศัตรูกับเฮียไก่คิดฆ่าเฮียโดยวานเพื่อนมายิงจริง
ครั้นมีคนบอกว่าเฮียไก่รู้ตัวแล้วจึงระงับแผนการไว้ไม่กล้าลงมือเพราะกลัวถูกซ้อนแผน

เช้าวันหนึ่ง ทิพย์แต่งตัวจะไปทำงาน ขณะส่องกระจกหวีผมได้มองหน้าตนเองโดยอัตโนมัติ
นึกว่าถ้ารู้ว่าถูกหวยจะลองเสี่ยงโชคดูสักใบหนึ่ง แต่ไม่มีวี่แววอะไร จึงสวดมนต์ไหว้พระ
แล้วเปิดประตูหน้าบ้าน เห็นรถมอเตอร์ไซค์จอดหน้าบ้าน คนซ้อนท้ายจ้องปืนมาทางเขา
ทันใดนั้นเองก็มีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจสายตรวจมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีตู้แดง
ตำรวจนายหนึ่งลงจากรถจะไปจดบันทึก คนร้ายตกใจหันปากกระบอกปืนไปที่ตำรวจ
ขณะที่กำลังเดินไปที่ตู้แดง

แต่ตำรวจที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์มองชาย 2 คนที่สวมหมวกกันน็อคอยู่แล้ว
พอเห็นปืนในมือคนที่ซ้อนท้ายจึงดึงปืนออกมายิงถูกคนซ้อนท้ายตกรถ
คนขับขี่มอเตอร์ไซค์จึงขับหนีไปด้วยความตกใจ พอเลี้ยวซ้ายปากซอยก็ชนกับรถยนต์ที่เลี้ยวมา
มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปบนหน้าหม้อรถเก๋ง แล่นไปบนหลังคาแล้วตกลงไปล้มอยู่ที่ถนน
คนขี่มอเตอร์ไซค์ร้องขรมเพราะถูกรถทับขาหัก ส่วนมือปืนถูกยิงที่หัวเข่านอนดิ้น

ตำรวจส่งวิทยุบอกพวกให้รีบมาพาคนร้ายไปส่งที่โรงพยาบาล

ทิพย์คิดว่าเขาทำนายเคราะห์ร้ายของผู้ใด ก็ต้องกลายเป็นคนรับเคราะห์แทนผู้นั้น
คิดจะย้ายบ้านหนีก็ไม่มีที่ไป งานใหม่ก็หาไม่ได้ หนทางเดียวที่จะช่วยให้จิตใจสบายขึ้นบ้าง
คือไม่พูดเรื่องของใครๆ อีกต่อไป

หวังว่าวันหนึ่งเขาจะมองหน้าทุกคนได้โดยไม่รู้อนาคตอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

..
..

จบ